วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2557


หนึ่งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของอาหารไทย คือ รสเผ็ดจากพริกหรือเครื่องเทศที่ใช้ นอกจากจะเสริมให้อร่อยลิ้นแล้ว ถ้ารับประทานรสเผ็ดที่เหมาะสมย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพ
นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ เล่าว่า การกินเผ็ดแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้นั้นจะนำความเดือดร้อนมาให้ได้ เช่น กินเผ็ดจนเป็นโรคกระเพาะ หรือกินเผ็ดจัดในขณะท้องว่าง แถมยังกินผิดเวลา อย่างนี้เผ็ดก็เป็นโทษได้ ส่วนผู้ที่กินเผ็ดอย่างเข้าใจนั้นนอกจากจะได้เรื่องความอร่อยลิ้นแล้วยังได้อานิสงส์จากความเผ็ดในแง่สุขภาพอีกหลายข้อ ในวันนี้จะขอนำประโยชน์เผ็ดจาก “พริก” มาเล่าให้ฟังเป็นข้อๆ
เริ่มจากพริกช่วยป้องกันหัวใจ ด้วยวิตามินสำคัญ คือ วิตามินเอ, วิตามินซี, แคลเซียม และธาตุเหล็กมีมากในพริกสดและพริกแห้ง ถ้าห่วงเรื่องการเผ็ดมากให้ไปรับประทานพริกไทยหรือพริกหวานที่ใส่ในสลัดก็ยังได้
ต่อมาช่วยขยายหลอดลม มีเคมีที่ช่วยขับเสมหะและเปิดคอให้โล่งขึ้น ในคนที่เป็นภูมิแพ้ การกินเผ็ดจะช่วยได้ดีมาก หากเป็นเด็กอาจเพียงแค่พริกไทยหรือใช้หัวหอมที่เผ็ดน้อยพอ และสำหรับเด็กน้อยกับผู้สูงวัยขอให้ระวังอย่าให้สำลักพริกด้วย
ทั้งยังช่วยไล่เซลล์มะเร็ง แค่พริกป่นง่ายๆ อย่างนี้ก็ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชาย และมะเร็งผิวหนังกับมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย เพราะพริกช่วยล้างพิษ (Detox) ให้กับร่างกาย ลำพังใช้พริกป่นในพวงเครื่องปรุงก๋วยเตี๋ยวก็ช่วยได้แล้ว แต่ถ้ายิ่งได้รับประทานพริกสดด้วย อย่างน้ำปลาพริกขี้หนูสดก็ยิ่งช่วยได้ดี
นอกจากนี้ความเผ็ดของพริกช่วยลดไขมัน ป้องกันลิ่มเลือดจับตัว และช่วยคุมน้ำหนัก เพราะทำหน้าที่เผาผลาญพลังงานให้ด้วย ทั้งนี้จากการศึกษาในอินเดียพบว่า อาสาสมัครที่รับประทานพริกนั้นให้ผลในการลดลิ่มเลือดอุดตันตามหลอดเลือดได้ อีกทั้งปลอดภัยจากสารพิษตกค้างไม่เหมือนกับกินยาด้วย
แล้วยังสามารถลดปวดด้วยกรดเผ็ด ที่เรียกว่า “แคปไซซิน” ในพริก รวมถึงสาร “เคอคิวมิน” ในเครื่องเทศอย่างขมิ้นที่ช่วยดับไฟอักเสบได้ จึงเหมาะกับผู้มีอาการปวดไปจนถึงแสบร้อนจากการอักเสบตามที่ต่างๆ อาทิ โรคเริม, งูสวัดไปจนถึงปวดอักเสบตามข้ออย่างรูมาตอยด์, ข้อเสื่อม และอาการปวดฟกช้ำทั้งหลาย
พริกเผ็ดยังช่วยคลายเครียด พริกเป็นอาหารร่าเริงที่แท้จริงเพราะสร้าง “เอ็นดอฟิน” เป็นเคมีสุขที่ทำให้สดชื่นมีชีวิตชีวาหลั่งออกมาภายหลังจากกินเผ็ดไปไม่นาน ลองสังเกตอาการหลังทานส้มตำพริกสิบเม็ดได้ว่าเหงื่อออกแล้วสบายตัวสดชื่นดี
และสุดท้ายช่วยเรียกน้ำย่อยเจริญอาหาร ผู้ใหญ่มักเบื่ออาหารเมื่อถึงวัยหนึ่ง ดังนั้นการได้รับประทานรสเผ็ดจะช่วยสะกิดต่อมรับรสให้รู้โอชะได้ดีขึ้น นอกจากรสขมแล้วเผ็ดเป็นรสที่ช่วยกระตุ้นดอกลิ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง
ข้อมูลจาก : http://www.dailynews.co.th/
เลขาธิการ กสทช. เผยขณะนี้ (วันที่ 15 ก.ย.57) มี 16 บริษัทผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมดำเนินโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล และยืนยันเริ่มแจกคูปองในวันที่ 10 ต.ค. 2557 เร็วกว่ากำหนด


นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ (วันที่ 15 ก.ย. 2557) มี 16 บริษัทที่ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมดำเนินโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลแล้ว โดยเป็นบริษัทที่ผ่านคุณสมบัติฯ มีรายชื่อในประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเป็นผู้เข้าร่วมโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ฉบับแรกจำนวน 8 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท พรีซีซั่น (2000) จำกัด 3.บริษัท สเต็ป ฟอร์เวิร์ด กรุ๊ป จำกัด 4.บริษัท วี พี เอส ไทย จำกัด 5.บริษัท คลีโอ เนเชอรัล กรุ๊ป จำกัด 6.บริษัท สามารถ วิศวกรรม จำกัด 7.ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอสซี ดิจิตอล 8.บริษัท ไฮไฟ โอเรียนท์ ไทย จำกัด (มหาชน) และเป็นบริษัทที่ผ่านคุณสมบัติ และมีรายชื่อในประกาศฯ ฉบับที่ 2 อีกจำนวน 8 บริษัท ได้แก่ 1.บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท ไฮเออร์ อิเลคทริค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 3.บริษัท ไอพีเอ็ม เซลล์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด 4.บริษัท เอ็นซีพี เทคโนโลยี จำกัด 5.บริษัท One Box Home จำกัด 6.บริษัท ลีโอ เทคโนโลยี แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด 7.บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ8.บริษัท แซท เทรดดิ้ง จำกัด จากบริษัทที่มายื่นเอกสารแสดงคุณสมบัติเพื่อขอคัดเลือกเป็นผู้เข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2557 ที่เปิดรับจนถึงวันที่ 10 ก.ย. 2557 ที่ผ่านมา จำนวนทั้งสิ้น 35 ราย สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้รับการประกาศรายชื่อครั้งนี้ จะได้รับการประกาศรายชื่อในครั้งถัดไป (วันที่ 30 กันยายน 2557) เมื่อมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่สำนักงาน กสทช. กำหนด

นายฐากร กล่าวว่า ขณะนี้เราได้ข้อยุติเกี่ยวกับเรื่องการพิมพ์คูปองแล้ว โดยกรมการปกครองจะส่งข้อมูลทะเบียนราษฎรให้สำนักงาน กสทช. ในวันนี้ในช่วงบ่าย 16.00 น. ทั้งนี้คาดว่าคูปองล็อตแรกจะพิมพ์แล้วเสร็จในวันที่ 6 ตุลาคม 2557 และจะมีการแจกคูปองล็อตแรกได้ในวันที่ 10 ตุลาคม 2557 สำหรับพื้นที่ที่จะมีเริ่มแจกคูปอง 21 จังหวัดแรก จะเป็นจังหวัดที่มีสัญญาณครอบคลุมตั้งแต่ 80% อันได้แก่ 1.กรุงเทพมหานคร 2.นนทบุรี 3.นครปฐม 4.ปทุมธานี 5.สมุทรปราการ 6.สมุทรสาคร 7.พระนครศรีอยุธยา 8.สิงห์บุรี 9.อ่างทอง 10.ระยอง 11.สุพรรณบุรี 12.หนองคาย 13.สุโขทัย 14.อุดรธานี 15.ฉะเชิงเทรา 16.สมุทรสงคราม 17.พัทลุง 18. สงขลา 19.นครนายก 20.ราชบุรี 21.ชัยนาท ส่วนที่เหลืออีก 21 จังหวัด ได้แก่ 1.ลำพูน 2.อุบลราชธานี 3.พิษณุโลก 4.สุราษฎร์ธานี 5.อำนาจเจริญ 6.ชลบุรี 7.นครราชสีมา 8.ขอนแก่น 9.ลพบุรี 10.มหาสารคราม 11.เชียงใหม่ 12.สระบุรี 13.เพชรบุรี 14.จันทบุรี 15.ปัตตานี 16.พิจิตร 17.หนองบัวลำภู 18. กาญจนบุรี 19.กำแพงเพชร 20.กาฬสินธุ์ 21.ปราจีนบุรี จะทำการแจกในครั้งต่อไป โดยจะเร่งให้โครงข่ายครอบคลุมพื้นที่ให้เร็วยิ่งขึ้นถึงจะแจกออกไป

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

อาหาร 3 ประเภท กินแล้วไม่อ้วนจริงหรือ

ที่มา thaiza.com
ข้อมูล Ladytips

อาหารที่แนะนำทั้งหมดนี้ไม่ได้ช่วยให้น้ำหนักของคุณลดไปซะทีเดียว มันเป็นเพียงวิธีลดความอ้วน วิธีหนึ่งของประเภทอาหารที่ไม่ทำให้ไขมันส่วนเกินที่เราไม่ต้องการจะมารังควาญได้ต่างหาก ไม่ว่าอย่างไรการออกกำลังกาย ก็ยังคงเป็นวิธีลดความอ้วนที่ดีที่สุดและต้องไม่หักโหมเกิน

 

1. อาหารประเภทต้ม แกงจืดตำลึงหมูสับ แกงจืดมะระสอดไส้ แกงจืดวุ้นเส้น ต้มเลือดหมู แกงเหลืองปักษ์ใต้ แกงเลียงผักรวม แกงส้ม แกงอ่อมปลา แกงแคไก่ แกงป่าไก่ ต้มยำกุ้งน้ำใส ต้มยำปลาช่อนน้ำใส ต้มยำปลาทู ต้มยำปลาหมึก ต้มยำไก่

2. อาหารประเภทยำ ส้มตำไทย ส้มตำไทยใส่ปู ส้มตำผลไม้ ยำตะไคร้ ยำมะม่วง ยำรวมมิตร ยำแมงกะพรุน ยำมะเขือยาว ยำวุ้นเส้น ยำเนื้อ ยำเป็ดย่าง ยำไข่ต้มทรงเครื่อง ลาบหมู ลาบปลา ลาบไก่ พล่ากุ้ง

3. อาหารประเภทนึ่ง เต้าหู้นึ่งทรงเครื่อง ปลากะพงนึ่งมะนาว ปลาช่อนจิ้มแจ่ว ปลานึ่งสมุนไพร ปลาทับทิมนึ่งบ๊วย ปลากะพงนึ่งบ๊วย


การออกกำลังกาย เป็นวิธีลดความอ้วนที่ได้ผลดีถ้าคุณมีเวลามากพอ และทำแบบสม่ำเสมอ แต่ถ้าคุณไม่มีเวลามากขนาดนั้นอาหารที่เราทานเข้าไปทุกวันก็สามารถช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้

ซึ่งการออกกำลังกายนั้นเป็นการดูแลสุขภาพ ของคุณได้ดีทีเดียว แถมคุณเองก็จะแข็งแรงจากการออกกำลังกายอีกด้วย

วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557

ฮือฮา ภาพถ่ายได้ชัดๆอีกครั้ง ล็อกเนสส์กลางทะเลสาป
เว็บไซต์เดลิเมล์รายงานข่าวว่าได้มีผู้เผยแพร่ภาพถ่ายเนสซี หรืออีกชื่อคือ ล็อกเนสส์ ( Nessie, Loch Ness Monster)  สัตว์ประหลาดในตำนานที่เชื่อว่าอาศัยอยู่ในทะเลสาบเนสส์ ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ทางตอนเหนือของสกอตแลนด์ สหราชอาณาจักร
1410436761969_Image_galleryImage_MANDATORY_CREDIT_Rex_Feat
โดยภาพดังกล่าวถูกถ่ายโดยบังเอิญที่ช่างภาพตั้งกล้องค้างไว้และตั้งถ่ายแบบอัตโนมัติจับภาพชัดๆได้ในที่สุด ทั้งนี้หลายคนยังไม่ปักใจเชื่อว่าภาพดังกล่าวเป็นของจริง แต่มันก็ชัดเจนกว่าหลายภาพที่เคยถ่ายได้
โดยจุดกำเนิดของล็อกเนสส์มีผู้สันนิษฐานว่ามันเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์แบบเดียวกับไดโนเสาร์และอาศัยอยู่ในทะเลสาปแห่งนี้ หลายคนเคยเจอแล้วถ่ายภาพมันได้ ซึ่งภาพที่เป็นปริศนามากที่สุดคือภาพถ่ายในปี 1934ที่หลายคนมองว่ามันเป็นภาพปลอมที่ถูกทำขึ้นมา

1410436748106_Image_galleryImage_MANDATORY_CREDIT_Rex_Feat 














ที่มา : MThai News



น้ำฝนเป็นพิษ!!

นพ.ปรีชา เปรมปรี ผอ.สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม บอกว่า
ใน กทม. พบว่าน้ำฝนมีสภาพเป็นฝนกรดด
้วย ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ พบว่า ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ วัดค่า PH ได้ 4.63 ใครอยู่ในโซนดังกล่าว จึงไม่ควรนำน้ำฝนที่รองใหม่ๆมาดื่มกิน เกิดฝนกรดที่ไหนแสดงว่า คนปล่อยสิ่งสกปรกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศเข้าขั้นวิกฤต ปกติแล้วจะเกิดในแหล่งนิคมอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้าถ่านหิน

คนที่ดื่มหรือสัมผัสฝนกรดจะระคายเคืองผิวหนัง คนที่ป่วยอยู่แล้วอาจเป็นโรคปอด คัดจมูก หายใจลำบาก #ภูมิแพ้อากาศ หากซัลเฟอร์ไดออกไซด์เข้าสู่กระแสเลือดมากจะทำลายเส้นเลือด

นพ.ประดิษฐ์ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข บอกว่า น้ำฝน ที่สะอาดอาจกลายเป็นน้ำเจอสารพิษได้ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของบ้านเรือน ภาชนะเก็บกักน้ำฝน ถ้าอยู่ในโซนที่รถติดหนักๆก็เสี่ยงปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียและสารเคมีต่างๆ ด้วย

การเก็บน้ำฝนให้ปลอดภัยจึงไม่ควรรองน้ำฝนที่ตกในช่วงแรกๆ ควรปล่อยให้ฝนตกสักระยะเพื่อชะล้างสิ่งสกปรกในอากาศ ทั้งยังต้องล้างทำความสะอาดหลังคา รองรับน้ำฝน และภาชนะเก็บน้ำให้พร้อม ถ้าจะเอาชัวร์ให้ต้มน้ำให้เดือดอย่างน้อย 5 นาที เพื่อลดโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคระบบทางเดินอาหาร อุจจาระร่วง

ชวินทร์ ศิรินาค รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. บอกอีกว่าทุกคนควรเตรียมรับมือกับโรคที่มักระบาดในฤดูฝน อาทิ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคไข้หวัดใหญ่ โรคฉี่หนู โรคน้ำกัดเท้า รวมถึงสัตว์ที่มีพิษที่มากับน้ำ ไม่จำเป็นก็อย่าไปลุยบริเวณที่มีน้ำขัง ถ้าท่วมสูงจริงๆ ให้พึ่งพารองเท้าบู๊ตที่กันน้ำได้ หน้าฝนแบบนี้ เด็กและคนชราต้องใส่ใจดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ เนื่องจากภูมิคุ้มกันต่ำ วัคซีนป้องกันโรคเป็นไปได้รับให้ครบตามที่แพทย์สั่ง ถ้าลืมฉีดหรือพบอาการผิดปกติอื่นใดให้ไปพบแพทย์ อย่ารอช้า

มีคำแนะนำว่าหน้าฝนนี้ควรปฏิบัติตัวตามหลัก 5 อ.

อ.แรกอาหาร ทานอาหารที่สะอาดถูกหลักอนามัย
อ.ออกกำลังกาย สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที
อ.อารมณ์ ทำให้จิตให้สดชื่น แจ่มใส
อ.อนามัย ต้องหมั่นรักษาความสะอาดของสภาพแวดล้อม
อ.อากาศถ่ายเท เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ทั้งนี้ไม่ควรย่ำน้ำที่มีสายไฟติดตั้งเพราะเสี่ยงต่อกระแสไฟฟ้ารั่วได้

สุดท้ายนี้ฝากไว้ฝนกรดอันตราย เปียกได้อย่าให้ป่วย รักษาสุขภาพให้แข็งแรงคือ #ภูมิคุ้มกัน ที่ดีที่สุดนะคะ

ที่มา: หนังสือพิมพ์เอ็มทูเอฟ
" โรงเรียนโยธินบูรณะเเห่งใหม่ " คาดย้ายโรงเรียนในปีการศึกษาหน้า หรูหราเว่อร์วังอลังการงานสร้างมาก ที่มาจากทวิตเตอร์ @ikwisazoku

 

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

 
โพสต์ยูทูบโดย คลิปไทย ทีวี
ที่มา thaiza.com

หลังจากที่การเผยแพร่คลิปเมียจับได้ ผัวพาชู้มาอยู่ห้อง ผ่านเฟซบุ๊ก ล่าสุด!! คลิปดังกล่าวได้มีคนนำไปทำล้อเลียน โดยชู้กลายเป็นผู้ชายใส่ชุดชั้นใน ระหว่างที่รอสามีภรรยาทะเลาะกัน ก็ทำกิจกรรมอื่นๆ รอ อาทิ นั่งตัดเล็บ เล่นอูคูเลเล่ ฯลฯ
คลิปกูบอกมึงแล้วอย่าเร่ง! วินาทีรถกระบะแข่งกัน หักหลบรถพ่วงตกข้างทาง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีการเผยแพร่คลิปผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก ภาพที่บันทึกจากกล้องหน้ารถ พบว่ากระบะสองคันขับไล่ตามกัน แต่ก่อนถึงจุดเกิดเหตุได้มีรถพ่วง แซงขวาขึ้นมา ทำให้กระบะทั้งสองคัน ที่วิ่งมาด้วยความเร็ว ต้องหักหลบลงเลนซ้าย ทำให้เกิดอุบัตเหตุเฉี่ยวชนกันขึ้น รถเสียหลักลงข้างทาง 

 จากนั้นก็มีเสียงผู้หญิงตะโกนพูดว่า “กูบอกมึงแล้ว ไม่ให้มึงเร่ง ถ้ากูไม่กอดลูกไว้จะเป็นยังไง” โดยมีเสียงลูกร้องไห้ ชาวเน็ตที่เห็นเหตุการณ์ในคลิปแล้วต่างสงสารเด็กที่ร้องไห้หวาดกลัวกับเหตุการณ์อุบัตเหตุ


 ขอบคุณคลิป Mahasarakham Accident

วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557

   สาวไต้หวันแก้ผ้าถ่ายนู้ดกลางรถไฟใต้ดิน ใจกล้า ไม่แคร์สื่อได้อีก ตำรวจไทเปสืบจนรู้ไส้รู้พุง เป็นภารกิจลับของช่างภาพโรคจิตที่ชอบความท้าทายใหม่ๆ อยากถ่ายภาพนู้ดอล่างฉ่างในที่สาธารณะ ส่งเข้าประกวดในกลุ่มลับของตัวเอง
สาวไต้หวันแก้ผ้าถ่ายนู้ดกลางรถไฟใต้ดิน ใจกล้า ไม่แคร์สื่อจริงๆ (มีคลิป)
สาวไต้หวันแก้ผ้าถ่ายนู้ดกลางรถไฟใต้ดิน ใจกล้า ไม่แคร์สื่อจริงๆ (มีคลิป)
          เว็บไซต์ไต้หวันนิวส์ รายงานข่าวถึงกิจกรรมสุดฉาว สาวไต้หวันแก้ผ้าถ่ายนู้ดกลางรถไฟใต้ดินในกรุงไทเปว่า เป็นกิจกรรมของพวกช่างภาพโรคจิตที่ชื่นชอบการถ่ายภาพนู้ดในที่สาธารณะเป็นชีวิตจิตใจ มักจะจัดกิจกรรมประกวดถ่ายภาพสาวเปลื้องผ้าถ่ายนู้ดตามสถานที่สาธารณะต่างๆ อย่างเปิดเผย ไม่ว่าจะเป็น ตามสถานีรถไฟใต้ดิน รถไฟฟ้าความเร็วสูง เครื่องบิน หรือในห้องเรียนที่กำลังมีการเรียนการสอนอยู่จริงๆ และส่งภาพถ่ายประกวดในกลุ่มลับชื่อ BeautyCLUB เป็นคลับปิดสำหรับช่างภาพโรคจิต ถ้าใครอยากจะมาเป็นสมาชิกของคลับนี้ จะต้องถ่ายภาพนู้ดของตัวเองหรือคนรัก เพื่อเป็นบัตรผ่านในการสมัครสมาชิก จึงจะสามารถดูผลงานภาพถ่ายนู้ดของช่างภาพคนอื่นๆ ได้ และสามารถส่งภาพถ่ายนู้ดเข้าประกวดภายในกลุ่มลับได้ด้วย
สาวไต้หวันแก้ผ้าถ่ายนู้ดกลางรถไฟใต้ดิน ใจกล้า ไม่แคร์สื่อจริงๆ (มีคลิป)
สาวไต้หวันแก้ผ้าถ่ายนู้ดกลางรถไฟใต้ดิน ใจกล้า ไม่แคร์สื่อจริงๆ (มีคลิป)
          ตำรวจไทเปชี้แจงถึงกิจกรรมสุดฉาว สาวไต้หวันแก้ผ้าถ่ายนู้ดกลางรถไฟใต้ดิน ว่า การกระทำลามกอนาจารดังกล่าวเป็นสิ่งผิดกกฎหมาย หากจับได้มีโทษถูกปรับ 6,000 ดอลาร์ไต้หวัน (ประมาณ 5,100 บาท) ...แต่ก็น่าแปลกใจ! กิจกรรมสุดฉาวโป๊เปลือยอนาจารในที่สาธารณะ กลับยังไม่มีใครรู้ร้อนรู้หนาว ยังไม่มีใครร้องเรียนถึงปัญหาดังกล่าวเลย แม้ตำรวจไทเปจะเคยแถลงย้ำชัดเจนไปแล้ว ว่าทางเจ้าหน้าที่มีมาตรการเด็ดขาด! จะจัดการกับผู้ที่ประพฤติไม่เหมาะสมหรืออาจก่ออันตรายแก่ผู้อื่น โดยจะให้เจ้าหน้าที่เชิญออกไปจากขบวนหรือสถานีรถไฟแล้วก็ตาม
สาวไต้หวันแก้ผ้าถ่ายนู้ดกลางรถไฟใต้ดิน ใจกล้า ไม่แคร์สื่อจริงๆ (มีคลิป)
สาวไต้หวันแก้ผ้าถ่ายนู้ดกลางรถไฟใต้ดิน ใจกล้า ไม่แคร์สื่อจริงๆ (มีคลิป)
ที่มา : boxza.com
หากพูดถึงประเทศที่มีการลอกเลียนแบบสินค้ามากที่สุด ประเทศที่ใครหลายๆคนนึกถึงอันดับต้นๆเลยคือ “ประเทศจีน” ที่ก๊อปได้เหมือนเป๊ะๆ แต่นอกจากสินค้าทั่วไปแล้ว ก็ยังมีสินค้าในชีวิตประจำวันที่พี่จีนลอกเลียนแบบได้ไม่แคร์สุขภาพของผู้บริโภค ต่อไปนี้คือ 10 สินค้าสุดสยองที่คุณต้องยี้ พร้อมฉงนว่า..พี่จีนเขากล้าทำออกมาได้อย่างไร!!

10.ซอสถั่วเหลือง

    ซอสปลอมที่ว่านี้ทำมาจากเส้นผม ดูไม่ผิดหรอกครับ ทำมาจากเส้นผมจริงๆ นอกจากเส้นผมแล้ว เป็นขนรักแร้ ขนหน้าแข้ง ขนอะไรก็ตามในร่างกาย สามารถนำมาทำได้ทั้งนั้น ทำไมต้องเป็นเส้นขน? เพราะในเส้นขนมีสารประกอบของโปรตีนรวมอยู่เยอะ ที่สำคัญถั่วเหลืองแพงด้วย (ประมาณว่าเป็นวัสดุทดแทนแต่คุณค่าทางอาหารใกล้เคียงกัน)

9.วอลนัตปลอม

    วอลนัต ของโปรดของใครหลายๆคน แต่!ไม่รู้ว่าเป็นของโปรดของคนจีนด้วยหรือไม่ เพราะ วอลนัตที่จีนนั้นเมื่อแกะเปลือกออกมาจะพบว่ามันคือก้อนปูนซีเมนต์!! เจอแบบนี้เข้าไปถึงกับงงตามๆกัน

8.ยา

    ยานี้ถูกพบที่เขตการค้าเสรี ในประะเทศดูไบ ตรวจไปตรวจมา ความก็แตกว่าถูกผลิตขึ้นที่จีน ที่มาของยาเหล่านี้มีโครงข่ายอุปทาน ที่จัดว่าซับซ้อนมาก โดยยาปลอมที่ผลิตในจีนได้ส่งผ่านมาทางฮ่องกง สหรัฐอาหรับเอมิเรท อังกฤษ บาร์ฮามาส สุดท้ายก็ไปถึงยังร้านยาออนไลน์ RxNorth ซึ่งเป็นร้านขายยาออนไลน์ในแคนาดาที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่ ที่สุดในโลก มีรายงานว่าเคยมีกรณียาน้ำแก้ไอจากจีน ที่มี ไดเอธีลีน ไกลโคล ( diethylene glycol) ซึ่งจัดเป็นยาอันตรายที่มีผลถึงชีวิตผสมอยู่ ทำให้มีชาวปานามาเสียชีวิตไปถึง 100 กว่าคน

7.ไข่

    เคสนี้ถือว่าเป็นโคตรนวัตกรรมการปลอมแปลงอาหารระดับโลก มองเผินๆ เรียกว่าแทบจะแยกกันไม่ออก โดยเปลือกของไข่นั้นทำมาจากแคลเซียมคาร์บอเนตที่ใช้ในอุตสาหกรรมกระดาษและพลาสติก ส่วนไข่แดงและไข่ขาวนั้นทำจากโซเดียมแอลจิเนต, สารส้ม, เจลาติน, แคลเซียมคลอไรต์และนํ้า แต่งสีซักนิดหน่อยเป็นอันเสร็จ วิธีพิสูจน์ก็คือตีไข่แดงและไข่ขาวผสมกัน มันจะรวมตัวกันได้เร็วมากและเป็นเนื้อเดียวกันสนิท หากกินเข้าไปมีสิทธิ์เสียชีวิตได้

6.บะหมี่

    หากเก็บข้าวไว้นานเกินไปมันแน่นอนว่าข้าวต้องมีเน่าเสีย ซึ่งเมื่อเสียแล้วก็ต้องทิ้งไปไม่สามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารได้ แต่มันก็ดันมีคนที่เห็นแก่ตัวฉวยโอกาสบนความเดือดร้อนคนอื่น เอาไอ้ของเน่าๆ นี่แหละ มาแปรรูปเป็นบะหมี่หลอกขายผู้บริโภค ซึ่งมันก็อุดมไปด้วยเชื้อราเน่าๆ อาจทำให้ท้องร่วง รวมถึงลำไส้ติดเชื้อได้

5.เนื้อวัว

    เนื้อวัวนั้นถือว่าเป็นหนึ่งที่อยู่บนจุดสูงสุดของบรรดาเนื้อสัตว์ทั้งปวง เนื้อวัวนั้นจึงถือว่าเป็นที่นิยมมากของเหล่าคนรักเนื้อ ถ้าเป็นเนื้อเกรดดีๆ ก็จะมีราคาแพงหูฉี่เลยทีเดียว พี่จีนก็เลยสรรหาเนื้อปลอมๆ มาหลอกลวงผู้บริโภคโดยการเอาเนื้อหนู, มิงค์ และจิ้งจอกมาผสมปรุงแต่งเป็นเนื้อวัวซะเลย

4.นม

    เคยตกเป็นข่าวดังครึกโครม เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวนมปนเปื้อนสารเมลามีน ที่ทำเอาคนไม่กล้ากินนม เนื่องจากกลัวว่าไอ้สารตัวนี้จะหลุดเข้ามาในนมที่วางจำหน่ายในไทยด้วย ซึ่งงานนี้ต้องทำให้เด็กผู้ไร้เดียงสาต้องเสียชีวิตไปถึง 4 คน และต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลนับหมื่นราย

3.ยางมัด

    ยางมัดผมแสนสวย แต่เมื่อเราแกะเส้นดายที่พันอยู่รอบยางเรากลับพบว่า…มันไม่ใช่ยางสำหรับทำยางมัดผม แต่มันคือถุงยางอนามียที่ใช้แล้ว! โดยกระบวนการการทำนั้นจะใช้ถุงยางที่ใช้แล้วมาม้วนให้เป็นทรงกลมแล้วพันด้วยด้าย อื้อฮือ…ต้องลดต้นทุนกันขนาดนี้เชียวหรือ

2.คอนแทคเลนส์

    ตอนนี้กำลังระบาดหนักในมาเลเซีย ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากแต่หารู้ไม่ว่ามีผลกระทบต่อตาเป็นอย่างมาก เลนส์ปลอมใช้วัสดุในการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานและใช้สีในการเลนส์สีของเลนส์ไม่ได้ตามมาตรฐานจึงอาจจะทำให้ตาบอดได้ เมื่อใช้ไปนานๆ สีของเลนส์จะซีดจางลง และอาจจะใช้ได้ไม่ถึง 1 ปี ได้ ทางบริษัทจากเกาหลีจึงได้มีข่าวแจ้งมาให้ผู้บริโภครับทราบและเข้าใจว่าของถูกที่เกลื่อนตลาดในตอนนี้ไม่ได้รับการรับรองจากทางเกาหลีว่าปลอดภัย หรือไม่ (ที่ข้างขวดอาจจะเขียนว่ามาจากเกาหลีก็ตาม) จึงขอให้ผู้บริโภคควรตรวจสอบผู้ขายว่ามีใบอนุญาตหรือ Certificate Of Product เพื่อเป็นการระวังและให้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ดวงตา จึงขอให้ผู้บริโภคพิจารณาให้ดี ระวังของถูกและควรใช้ของที่ดีมีคุณภาพ เพราะนั่นคือสิ่งที่ต้องอยู่กับดวงตาของเราไม่ได้ใช้ผ่านสิ่งอื่นๆหรือภายนอกเลย ซึ่งเลนส์นั้นได้สัมผัสต่อดวงตาของเราโดยตรง น่ากลัวมากๆครับ

1.ข้าว

    ข้าวปลอมนี้ขายเกลื่อนกลาดในเมืองไท่หยวน มณฑลชานซี ประเทศจีน โดยข้าวสารปลอมนี้ทำจากส่วนผสมของมันฝรั่งกับเม็ดพลาสติก โดยการผลิตข้าวสารปลอมนั้นมีกรรมวิธีผลิตขั้นตอนแรกโดยการนำมันฝรั่งมาบดแล้วนำมาผสมกับเรซิ่นสังเคราะห์ (พลาสติกเหลว เมื่อนำมาผสมสารทำให้แข็งตัวจะจับตัวแข็ง) ต่อมาก็จะนำมาขึ้นรูปด้วยเครื่องอัดเม็ดให้มีลักษณะที่เหมือนกับรูปร่างของเมล็ดข้าวจริง ๆ ซึ่งข้าวสารปลอมพวกนี้เมื่อนำไปหุงจะมีลักษณะที่แข็งกว่าข้าวธรรมดา จะไม่เละหรือเหลวเมื่อหุง ซึ่งไม่มีประโยชน์คุณค่าทางอาหาร แต่ที่น่ากลัวคือสารเคมี.. อันตรายมากจริงๆ
ที่มา teenee.com