แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหาร แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2558


10 ปัจจัยเสี่ยงกระดูกพรุน 
กระดูกพรุน เป็นภาวะที่เนื้อกระดูกลดลง ทำให้โครงสร้างกระดูกผิดไป กระดูกขาดความแข็งแรง เปราะบาง ทำให้หักหรือยุบตัวง่ายเมื่อได้รับแรงกระทบ เมื่ออายุขึ้นเลข 30 ปี อัตราการสร้างจะเริ่มน้อยกว่าการสลาย เมื่อเลยวัยกลางคนเนื้อกระดูกจึงเริ่มลดลงไปมาก ทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุน ในวัยสูงอายุปกติผู้ชายจะเกิดภาวะกระดูกพรุนราวอายุ 65-70 ปี ส่วนผู้หญิงเนื้อกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อหมดประจำเดือน และเกิดภาวะกระดูกพรุนตั้งแต่อายุ 50-55 ปี

ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะกระดูกพรุนที่สำคัญ ได้แก่
1. อายุ ชายอายุ 65 ปีขึ้นไป หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป มีโอกาสเกิดกระดูกพรุนสูง
2. ผู้หญิงที่หมดประจำเดือน หรือได้รับการตัดรังไข่ออกทั้ง 2 ข้าง จะเกิดภาวะกระดูกพรุนได้อย่างรวดเร็ว
3. อาหาร การกินอาหารไม่ครบ 5 หมู่ กินอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีไม่เพียงพอ เป็นปัจจัยเสริมให้เกิดกระดูกพรุน อาหารที่มีแคลเซียมปริมาณมาก ได้แก่ นม ผลิตภัณฑ์จากนม เต้าหู้ งาดำ ถั่ว กะปิ กุ้งแห้ง ปลาเล็กปลาน้อยที่กินทั้งกระดูกและผักใบเขียว อาหารที่ควรลด ได้แก่ ไขมัน เนื่องจากไขมันขัดขวางการดูดซึมแคลเซียม นอกจากนั้นควรลดอาหารที่มีรสเค็มจัด
4. สิ่งที่ควรงด ได้แก่ การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และดื่มกาแฟในปริมาณมากทุกวัน การดื่มกาแฟวันละ 1-2 แก้ว ไม่มีผลต่อการทำให้เกิดกระดูกพรุน
5. การออกกำลังกาย เป็นสิ่งสำคัญมากในการสร้างกระดูก การออกกำลังกายที่กระดูกต้องรับน้ำหนัก สร้างเนื้อกระดูกได้ดีกว่าการออกกำลังกายที่กระดูกไม่ได้รับน้ำหนัก ถ้ามีโอกาสควรออกกำลังกายกลางแจ้งบ้าง เพราะจะได้รับวิตามินดีธรรมชาติจากแสงแดด
6. การใช้ยา ยาที่มีผลต่อการเกิดกระดูกพรุน ได้แก่ ยาสตีรอยด์ซึ่งมีรูปแบบทั้งยาฉีด ยากิน ยาทา ยาพ่นจมูก และใช้รักษาโรคเรื้อรังหลายโรค เช่น โรคไขข้ออักเสบ โรคหอบหืด โรคผิวหนัง ใช้บรรเทาอาการปวด และยังพบยาสตีรอยด์ในยาลูกกลอน และยาที่ใช้รักษาสารพัดโรค นอกจากนั้นยาขับปัสสาวะ และยากันชักบางชนิด ที่กินติดต่อกันเป็นเวลานาน มีผลต่อกระดูกพรุนเช่นเดียวกัน
7. โรคเรื้อรัง ที่มีผลต่อกระดูกพรุน ได้แก่ เบาหวาน รูมาตอยด์ ไทรอยด์ พาราไทรอยด์
8. รูปร่าง น้ำหนัก คนที่ผอมบาง น้ำหนักตัวน้อย มีผลต่อกระดูกพรุน
9. กรรมพันธุ์ จากผลงานการวิจัยพบว่า กรรมพันธุ์มีส่วนต่อกระดูกพรุน
10. เชื้อชาติ คนผิวขาว คนเอเชีย มีโอกาสเกิดกระดูกพรุนมากกว่าคนผิวดำ


การป้องกันกระดูกพรุนที่มีประสิทธิภาพ ควรเริ่มตั้งแต่อายุยังน้อย โดยการควบคุมปัจจัยเสี่ยง เนื่องจากกระดูกจะหนาแน่นได้เต็มที่จนถึงประมาณอายุ 30 ปี คนเราจึงควรประพฤติปฏิบัติเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง เพื่อให้ได้กระดูกที่สมบูรณ์ที่สุด แข็งแรงที่สุดเมื่ออายุ 30 ปี ต้นทุนเนื้อกระดูกที่หนาแน่นกว่า เมื่ออายุมากขึ้นโอกาสเกิดกระดูกพรุนจะน้อยกว่า

(เครดิตภาพ : คนบ้านป่า)

วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557

หากพูดถึงประเทศที่มีการลอกเลียนแบบสินค้ามากที่สุด ประเทศที่ใครหลายๆคนนึกถึงอันดับต้นๆเลยคือ “ประเทศจีน” ที่ก๊อปได้เหมือนเป๊ะๆ แต่นอกจากสินค้าทั่วไปแล้ว ก็ยังมีสินค้าในชีวิตประจำวันที่พี่จีนลอกเลียนแบบได้ไม่แคร์สุขภาพของผู้บริโภค ต่อไปนี้คือ 10 สินค้าสุดสยองที่คุณต้องยี้ พร้อมฉงนว่า..พี่จีนเขากล้าทำออกมาได้อย่างไร!!

10.ซอสถั่วเหลือง

    ซอสปลอมที่ว่านี้ทำมาจากเส้นผม ดูไม่ผิดหรอกครับ ทำมาจากเส้นผมจริงๆ นอกจากเส้นผมแล้ว เป็นขนรักแร้ ขนหน้าแข้ง ขนอะไรก็ตามในร่างกาย สามารถนำมาทำได้ทั้งนั้น ทำไมต้องเป็นเส้นขน? เพราะในเส้นขนมีสารประกอบของโปรตีนรวมอยู่เยอะ ที่สำคัญถั่วเหลืองแพงด้วย (ประมาณว่าเป็นวัสดุทดแทนแต่คุณค่าทางอาหารใกล้เคียงกัน)

9.วอลนัตปลอม

    วอลนัต ของโปรดของใครหลายๆคน แต่!ไม่รู้ว่าเป็นของโปรดของคนจีนด้วยหรือไม่ เพราะ วอลนัตที่จีนนั้นเมื่อแกะเปลือกออกมาจะพบว่ามันคือก้อนปูนซีเมนต์!! เจอแบบนี้เข้าไปถึงกับงงตามๆกัน

8.ยา

    ยานี้ถูกพบที่เขตการค้าเสรี ในประะเทศดูไบ ตรวจไปตรวจมา ความก็แตกว่าถูกผลิตขึ้นที่จีน ที่มาของยาเหล่านี้มีโครงข่ายอุปทาน ที่จัดว่าซับซ้อนมาก โดยยาปลอมที่ผลิตในจีนได้ส่งผ่านมาทางฮ่องกง สหรัฐอาหรับเอมิเรท อังกฤษ บาร์ฮามาส สุดท้ายก็ไปถึงยังร้านยาออนไลน์ RxNorth ซึ่งเป็นร้านขายยาออนไลน์ในแคนาดาที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่ ที่สุดในโลก มีรายงานว่าเคยมีกรณียาน้ำแก้ไอจากจีน ที่มี ไดเอธีลีน ไกลโคล ( diethylene glycol) ซึ่งจัดเป็นยาอันตรายที่มีผลถึงชีวิตผสมอยู่ ทำให้มีชาวปานามาเสียชีวิตไปถึง 100 กว่าคน

7.ไข่

    เคสนี้ถือว่าเป็นโคตรนวัตกรรมการปลอมแปลงอาหารระดับโลก มองเผินๆ เรียกว่าแทบจะแยกกันไม่ออก โดยเปลือกของไข่นั้นทำมาจากแคลเซียมคาร์บอเนตที่ใช้ในอุตสาหกรรมกระดาษและพลาสติก ส่วนไข่แดงและไข่ขาวนั้นทำจากโซเดียมแอลจิเนต, สารส้ม, เจลาติน, แคลเซียมคลอไรต์และนํ้า แต่งสีซักนิดหน่อยเป็นอันเสร็จ วิธีพิสูจน์ก็คือตีไข่แดงและไข่ขาวผสมกัน มันจะรวมตัวกันได้เร็วมากและเป็นเนื้อเดียวกันสนิท หากกินเข้าไปมีสิทธิ์เสียชีวิตได้

6.บะหมี่

    หากเก็บข้าวไว้นานเกินไปมันแน่นอนว่าข้าวต้องมีเน่าเสีย ซึ่งเมื่อเสียแล้วก็ต้องทิ้งไปไม่สามารถนำมาแปรรูปเป็นอาหารได้ แต่มันก็ดันมีคนที่เห็นแก่ตัวฉวยโอกาสบนความเดือดร้อนคนอื่น เอาไอ้ของเน่าๆ นี่แหละ มาแปรรูปเป็นบะหมี่หลอกขายผู้บริโภค ซึ่งมันก็อุดมไปด้วยเชื้อราเน่าๆ อาจทำให้ท้องร่วง รวมถึงลำไส้ติดเชื้อได้

5.เนื้อวัว

    เนื้อวัวนั้นถือว่าเป็นหนึ่งที่อยู่บนจุดสูงสุดของบรรดาเนื้อสัตว์ทั้งปวง เนื้อวัวนั้นจึงถือว่าเป็นที่นิยมมากของเหล่าคนรักเนื้อ ถ้าเป็นเนื้อเกรดดีๆ ก็จะมีราคาแพงหูฉี่เลยทีเดียว พี่จีนก็เลยสรรหาเนื้อปลอมๆ มาหลอกลวงผู้บริโภคโดยการเอาเนื้อหนู, มิงค์ และจิ้งจอกมาผสมปรุงแต่งเป็นเนื้อวัวซะเลย

4.นม

    เคยตกเป็นข่าวดังครึกโครม เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวนมปนเปื้อนสารเมลามีน ที่ทำเอาคนไม่กล้ากินนม เนื่องจากกลัวว่าไอ้สารตัวนี้จะหลุดเข้ามาในนมที่วางจำหน่ายในไทยด้วย ซึ่งงานนี้ต้องทำให้เด็กผู้ไร้เดียงสาต้องเสียชีวิตไปถึง 4 คน และต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลนับหมื่นราย

3.ยางมัด

    ยางมัดผมแสนสวย แต่เมื่อเราแกะเส้นดายที่พันอยู่รอบยางเรากลับพบว่า…มันไม่ใช่ยางสำหรับทำยางมัดผม แต่มันคือถุงยางอนามียที่ใช้แล้ว! โดยกระบวนการการทำนั้นจะใช้ถุงยางที่ใช้แล้วมาม้วนให้เป็นทรงกลมแล้วพันด้วยด้าย อื้อฮือ…ต้องลดต้นทุนกันขนาดนี้เชียวหรือ

2.คอนแทคเลนส์

    ตอนนี้กำลังระบาดหนักในมาเลเซีย ซึ่งเป็นที่นิยมกันมากแต่หารู้ไม่ว่ามีผลกระทบต่อตาเป็นอย่างมาก เลนส์ปลอมใช้วัสดุในการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐานและใช้สีในการเลนส์สีของเลนส์ไม่ได้ตามมาตรฐานจึงอาจจะทำให้ตาบอดได้ เมื่อใช้ไปนานๆ สีของเลนส์จะซีดจางลง และอาจจะใช้ได้ไม่ถึง 1 ปี ได้ ทางบริษัทจากเกาหลีจึงได้มีข่าวแจ้งมาให้ผู้บริโภครับทราบและเข้าใจว่าของถูกที่เกลื่อนตลาดในตอนนี้ไม่ได้รับการรับรองจากทางเกาหลีว่าปลอดภัย หรือไม่ (ที่ข้างขวดอาจจะเขียนว่ามาจากเกาหลีก็ตาม) จึงขอให้ผู้บริโภคควรตรวจสอบผู้ขายว่ามีใบอนุญาตหรือ Certificate Of Product เพื่อเป็นการระวังและให้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ดวงตา จึงขอให้ผู้บริโภคพิจารณาให้ดี ระวังของถูกและควรใช้ของที่ดีมีคุณภาพ เพราะนั่นคือสิ่งที่ต้องอยู่กับดวงตาของเราไม่ได้ใช้ผ่านสิ่งอื่นๆหรือภายนอกเลย ซึ่งเลนส์นั้นได้สัมผัสต่อดวงตาของเราโดยตรง น่ากลัวมากๆครับ

1.ข้าว

    ข้าวปลอมนี้ขายเกลื่อนกลาดในเมืองไท่หยวน มณฑลชานซี ประเทศจีน โดยข้าวสารปลอมนี้ทำจากส่วนผสมของมันฝรั่งกับเม็ดพลาสติก โดยการผลิตข้าวสารปลอมนั้นมีกรรมวิธีผลิตขั้นตอนแรกโดยการนำมันฝรั่งมาบดแล้วนำมาผสมกับเรซิ่นสังเคราะห์ (พลาสติกเหลว เมื่อนำมาผสมสารทำให้แข็งตัวจะจับตัวแข็ง) ต่อมาก็จะนำมาขึ้นรูปด้วยเครื่องอัดเม็ดให้มีลักษณะที่เหมือนกับรูปร่างของเมล็ดข้าวจริง ๆ ซึ่งข้าวสารปลอมพวกนี้เมื่อนำไปหุงจะมีลักษณะที่แข็งกว่าข้าวธรรมดา จะไม่เละหรือเหลวเมื่อหุง ซึ่งไม่มีประโยชน์คุณค่าทางอาหาร แต่ที่น่ากลัวคือสารเคมี.. อันตรายมากจริงๆ
ที่มา teenee.com

วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2557


ด้วยความที่ซูชิเป็นที่นิยมของคนไทย วันนี้สถาบันอาหารจึงสุ่มตัวอย่าง ซูชิหน้าต่างๆ ที่วางขายตามร้านริมถนนย่านการค้าต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์เชื้อ ซาลโมเนลลา ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ ที่ต้องวิเคราะห์เชื้อชนิดนี้ก็เพราะทุกขั้นตอนในการทำซูชิ มือของผู้ปรุงต้องสัมผัสกับซูชิตลอดเวลา ที่สำคัญเมื่อปรุงเสร็จก็นำมาวางขายทันทีโดยไม่ต้องผ่านความร้อนอีกครั้ง ดังนั้นหากผู้ปรุงไม่รักษาสุขลักษณะส่วนบุคคลให้ดี หรือสะอาดเพียงพอ อาจทำให้ซูชิปนเปื้อนเชื้อก่อโรคได้ ครั้งนี้นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบซูชิ เพราะทุกตัวอย่างที่สุ่มมาวิเคราะห์นั้น ไม่พบเชื้อ ซาลโมเนลลา ปนเปื้อนเลย