แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคล็ดลับ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคล็ดลับ แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2558


10 ปัจจัยเสี่ยงกระดูกพรุน 
กระดูกพรุน เป็นภาวะที่เนื้อกระดูกลดลง ทำให้โครงสร้างกระดูกผิดไป กระดูกขาดความแข็งแรง เปราะบาง ทำให้หักหรือยุบตัวง่ายเมื่อได้รับแรงกระทบ เมื่ออายุขึ้นเลข 30 ปี อัตราการสร้างจะเริ่มน้อยกว่าการสลาย เมื่อเลยวัยกลางคนเนื้อกระดูกจึงเริ่มลดลงไปมาก ทำให้เกิดภาวะกระดูกพรุน ในวัยสูงอายุปกติผู้ชายจะเกิดภาวะกระดูกพรุนราวอายุ 65-70 ปี ส่วนผู้หญิงเนื้อกระดูกจะลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อหมดประจำเดือน และเกิดภาวะกระดูกพรุนตั้งแต่อายุ 50-55 ปี

ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะกระดูกพรุนที่สำคัญ ได้แก่
1. อายุ ชายอายุ 65 ปีขึ้นไป หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป มีโอกาสเกิดกระดูกพรุนสูง
2. ผู้หญิงที่หมดประจำเดือน หรือได้รับการตัดรังไข่ออกทั้ง 2 ข้าง จะเกิดภาวะกระดูกพรุนได้อย่างรวดเร็ว
3. อาหาร การกินอาหารไม่ครบ 5 หมู่ กินอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดีไม่เพียงพอ เป็นปัจจัยเสริมให้เกิดกระดูกพรุน อาหารที่มีแคลเซียมปริมาณมาก ได้แก่ นม ผลิตภัณฑ์จากนม เต้าหู้ งาดำ ถั่ว กะปิ กุ้งแห้ง ปลาเล็กปลาน้อยที่กินทั้งกระดูกและผักใบเขียว อาหารที่ควรลด ได้แก่ ไขมัน เนื่องจากไขมันขัดขวางการดูดซึมแคลเซียม นอกจากนั้นควรลดอาหารที่มีรสเค็มจัด
4. สิ่งที่ควรงด ได้แก่ การสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และดื่มกาแฟในปริมาณมากทุกวัน การดื่มกาแฟวันละ 1-2 แก้ว ไม่มีผลต่อการทำให้เกิดกระดูกพรุน
5. การออกกำลังกาย เป็นสิ่งสำคัญมากในการสร้างกระดูก การออกกำลังกายที่กระดูกต้องรับน้ำหนัก สร้างเนื้อกระดูกได้ดีกว่าการออกกำลังกายที่กระดูกไม่ได้รับน้ำหนัก ถ้ามีโอกาสควรออกกำลังกายกลางแจ้งบ้าง เพราะจะได้รับวิตามินดีธรรมชาติจากแสงแดด
6. การใช้ยา ยาที่มีผลต่อการเกิดกระดูกพรุน ได้แก่ ยาสตีรอยด์ซึ่งมีรูปแบบทั้งยาฉีด ยากิน ยาทา ยาพ่นจมูก และใช้รักษาโรคเรื้อรังหลายโรค เช่น โรคไขข้ออักเสบ โรคหอบหืด โรคผิวหนัง ใช้บรรเทาอาการปวด และยังพบยาสตีรอยด์ในยาลูกกลอน และยาที่ใช้รักษาสารพัดโรค นอกจากนั้นยาขับปัสสาวะ และยากันชักบางชนิด ที่กินติดต่อกันเป็นเวลานาน มีผลต่อกระดูกพรุนเช่นเดียวกัน
7. โรคเรื้อรัง ที่มีผลต่อกระดูกพรุน ได้แก่ เบาหวาน รูมาตอยด์ ไทรอยด์ พาราไทรอยด์
8. รูปร่าง น้ำหนัก คนที่ผอมบาง น้ำหนักตัวน้อย มีผลต่อกระดูกพรุน
9. กรรมพันธุ์ จากผลงานการวิจัยพบว่า กรรมพันธุ์มีส่วนต่อกระดูกพรุน
10. เชื้อชาติ คนผิวขาว คนเอเชีย มีโอกาสเกิดกระดูกพรุนมากกว่าคนผิวดำ


การป้องกันกระดูกพรุนที่มีประสิทธิภาพ ควรเริ่มตั้งแต่อายุยังน้อย โดยการควบคุมปัจจัยเสี่ยง เนื่องจากกระดูกจะหนาแน่นได้เต็มที่จนถึงประมาณอายุ 30 ปี คนเราจึงควรประพฤติปฏิบัติเพื่อลดปัจจัยเสี่ยง เพื่อให้ได้กระดูกที่สมบูรณ์ที่สุด แข็งแรงที่สุดเมื่ออายุ 30 ปี ต้นทุนเนื้อกระดูกที่หนาแน่นกว่า เมื่ออายุมากขึ้นโอกาสเกิดกระดูกพรุนจะน้อยกว่า

(เครดิตภาพ : คนบ้านป่า)

วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558

หญ้างวงช้าง : แก้ร้อนในกระหายน้ำ
ชื่ออื่นๆ : หงายงวงช้าง หญ้างวงช้างน้อย ผักแพวขาว กุนอกาโม ฯลฯ เป็นพืชล้มลุ มีขนหยาบๆ ปกคลุมทั้งต้น มักพบตามที่ชื้นแฉะ เช่น ตามริมแม่น้ำ ลำคลอง หรือทางน้ำ แหล่งน้ำต่างๆ ท้องนาหรือตามที่รกร้าง วัดวาอารามทั่วไป สรรพคุณแก้ร้อนในกระหายน้ำ ขับปัสสาวะ แก้บวม ปวดข้อ แก้พิษปอดอักเสบ มีหนองในช่องหุ้มปอด เจ็บคอ นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ แก้ปากเปื่อย แผลบวม มีหนอง และแก้ตาฟาง
ตำรับยา :
1.แก้ปวดท้อง แก้ร้อนในกระหายน้ำ ใช้ต้นสดต้มน้ำกิน
2.แก้ปอดอักเสบ มีฝีเป็นหนองมีหนอง ใช้ต้นสดต้มผสมกินกับน้ำผึ้งกิน
3.แก้ปากเปื่อยเน่า ใช้ใบสดตำคั้นเอาน้ำอมบ้วนปากวันละ 4-6 ครั้ง
4.แก้แผลฝีเม็ดเล็กๆ มีหนอง ใช้รากสดผสมเกลือเล็กน้อย ต้มน้ำกิน แล้วใช้ใบสดตำกับข้าวเย็นพอแผลอีกด้วย
5.แก้นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ทั้งต้นรวมราก 1 ต้น หั่นเป็นท่อนต้มกับน้ำดื่ม
6.แก้ภูมิแพ้ นำใบและต้น มาผึ่งลมให้แห้ง แล้วนำซอย แล้วมวนเป็นยาสูบ
7.แก้ตาฟาง ตามัว นำรากสดมาตำให้ละเอียด คั้นเอาน้ำหยอดตา
8.ขับประจำเดือน ใช้ดอกสดต้มกิน

ข้อควรระวัง : หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทาน
(เครดิตภาพ : ฟ้าสดใส ทะเลสีคราม)
** สมุนไพรใกล้ตัว มุ่งเสนอสรรพคุณทางยา การนำไปใช้ควรพิจารณาอย่างรอบด้าน **
ขอบคุณข้อมูลจาก มูลนิธิหมอชาวบ้าน


วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สาเหตุที่คลิสตอริสใหญ่ขึ้น เกิดจาก..?


     Q :  คือว่าฉันกับแฟน เราสองคนชอบที่จะมีเซ็กส์กัน แต่นานๆ แฟนฉันจะได้กลับบ้านสักที แต่ช่วงหลังๆ มานี้ เขาได้ย้ายกลับมาทำงานใกล้บ้านเราเลยมีอะไรกันบ่อยมาก แล้วฉันก็เริ่มรู้สึกว่าคลิสตอริสของฉันดูใหญ่ขึ้นกว่าแต่ก่อน แบบนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวลหรือเปล่าคะ 

     A :  
ถ้าสภาพร่างกายของคุณยังปกติไม่มีอาการเจ็บป่วยใดๆ ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล หรือผิดปกติแต่อย่างใด การที่คลิสตอริสของผู้หญิงมีขนาดใหญ่ขึ้นนั้นเกิดจากการถูกกระตุ้นเวลาร่วมรักทำให้เลือดเกิดการสูบฉีดไปคั่งอยู่บริเวณนั้น หลังจากออกัสซั่มเลือดที่คั่งอยู่จึงจะไหลคืนและกลับสู่สภาวะปกติ แต่หากไม่มีการออกัสซั่มเลือดจะยังคงค้างอยู่จึงต้องใช้เวลาสักพักจึงจะเป็นปกติ ยิ่งถ้ามีเซ็กส์โดยไม่ออกัสซั่มติดต่อกันบ่อยๆ จะยิ่งใช้เวลานานขึ้นกว่าคลิสตอริสจะกลับมามีขนาดเท่าเดิม

ขอบคุณเนื้อหาจาก TV pool

วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

มาใช้รูปภาพ ค้นรูปภาพ ใน  Google กัน
ชีวิตการทำงานในโลกสมัยใหม่ในทุกวันนี้  ต้องอาศัยคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือหลักในการทำงานที่สำคัญ  ซึ่งจะขาดเสียมิได้เลย  และการค้นหา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลหรือรูปภาพ  ก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญเช่นเดียวกันความจำจะค่อย ๆ ลดบทบาทลงไปมากทีเดียวในโลกการทำงานสมัยใหม่  แต่สิ่งสำคัญที่จะมีบทบาทมาแทนที่ ก็คือ  ทำอย่างไรเราจึงจะทราบว่า ข้อมูลหรือรูปภาพที่เราต้องการนั้นอยู่ที่ไหน  และทำอย่างไรจึงจะได้ข้อมูลหรือรูปภาพที่เราต้องการเหล่านั้นได้ ในเวลาที่เราต้องการต่างหาก          ปกติการค้นหา แบ่งได้เป็น  ๒ รูปแบบ ได้แก่   ค้นหาข้อมูล  และค้นหารูปภาพ  ซึ่งเดิมการค้นหารูปภาพ  ก็เพียงแต่เราคีย์คำ หรือวลี ลงไปในช่องค้นหาเท่านั้น  เครื่องคอมพิวเตอร์ก็จะค้นหารูปภาพให้ตรงหรือใกล้เคียงกับคำ  หรือวลี  ตามที่เราต้องการในทันที แต่การค้นหารูปภาพด้วยคำ หรือวลี  ก็อาจจะได้รูปภาพที่ไม่ตรงกับความต้องการก็ได้ มาวันนี้ !!  Google  มีวิธีค้นรูปภาพ (Search by Image) ได้อีก ๒ วิธีเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากวิธีเดิมที่ใช้ค้นหากันมานาน*.*วิธีแรก ได้แก่  การใช้รูปภาพค้นรูปภาพ  เพื่อค้นหารูปภาพที่เหมือนกัน แต่คนละขนาด  หรือรูปภาพที่คล้ายกันเมื่อเข้าเว็บไซต์ของ Google   http://www.google.co.th  คลิกที่เมนูด้านบน "ค้นรูป"
ในช่องค้น  ด้านขวามือ  ให้คลิกที่ รูปกล้องถ่ายภาพ (ค้นด้วยภาพ)  (ตามศรชี้ ภาพที่ 1)
จะมีหน้าต่าง "ค้นด้วยภาพ" ปรากฏขึ้นมา  ให้คลิกที่ "อัพโหลดภาพ" (ตามศรชี้ ภาพที่ 2)
และคลิกที่  Browse  (ตามศรชี้ ภาพที่ 3)   เลือกรูปภาพที่ต้องการ  จะให้ค้นหา
อัพโหลดเข้าไป
ในช่องค้น  ด้านขวามือ  ให้คลิกที่ รูปกล้องถ่ายภาพ (ค้นด้วยภาพ)  (ตามศรชี้ ภาพที่ 1)จะมีหน้าต่าง "ค้นด้วยภาพ" ปรากฏขึ้นมา  ให้คลิกที่ "อัพโหลดภาพ" (ตามศรชี้ ภาพที่ 2)และคลิกที่  Browse  (ตามศรชี้ ภาพที่ 3)   เลือกรูปภาพที่ต้องการ  จะให้ค้นหาอัพโหลดเข้าไปในช่องค้น  ด้านขวามือ  ให้คลิกที่ รูปกล้องถ่ายภาพ (ค้นด้วยภาพ)  (ตามศรชี้ ภาพที่ 1)จะมีหน้าต่าง "ค้นด้วยภาพ" ปรากฏขึ้นมา  ให้คลิกที่ "อัพโหลดภาพ" (ตามศรชี้ ภาพที่ 2)และคลิกที่  Browse  (ตามศรชี้ ภาพที่ 3)   เลือกรูปภาพที่ต้องการ  จะให้ค้นหาอัพโหลดเข้าไปในช่องค้น  ด้านขวามือ  ให้คลิกที่ รูปกล้องถ่ายภาพ (ค้นด้วยภาพ)  (ตามศรชี้ ภาพที่ 1)จะมีหน้าต่าง "ค้นด้วยภาพ" ปรากฏขึ้นมา  ให้คลิกที่ "อัพโหลดภาพ" (ตามศรชี้ ภาพที่ 2)และคลิกที่  Browse  (ตามศรชี้ ภาพที่ 3)   เลือกรูปภาพที่ต้องการ  จะให้ค้นหาอัพโหลดเข้าไปในช่องค้น  ด้านขวามือ  ให้คลิกที่ รูปกล้องถ่ายภาพ (ค้นด้วยภาพ)  (ตามศรชี้ ภาพที่ 1)จะมีหน้าต่าง "ค้นด้วยภาพ" ปรากฏขึ้นมา  ให้คลิกที่ "อัพโหลดภาพ" (ตามศรชี้ ภาพที่ 2)และคลิกที่  Browse  (ตามศรชี้ ภาพที่ 3)   เลือกรูปภาพที่ต้องการ  จะให้ค้นหาอัพโหลดเข้าไปGoogle  ก็จะค้นรูปภาพที่ตรงกัน แต่ที่มาต่างกัน หรือคนละขนาด  หรือรูปที่คล้ายกันมาให้ (นอกจากนี้  เรายังสามารถพิมพ์อธิบายภาพสั้่น ๆ ใส่ในช่อง "อธิบายภาพที่นี่" (ในช่องค้นหาด้านบน) ได้อีกด้วย (ภาพที่ 4))หมายเหตุ :  เราอาจถ่ายภาพจากภาพในหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หรือสิ่งพิมพ์อื่น  นำขึ้นเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อใช้ในการค้นหาก็ได้ด้วยภาพที่ 1ภาพที่ 2ภาพที่ 3ภาพที่ 4*.*วิธีที่สอง  ได้แก่  การนำรูปภาพที่ Google ค้นหาจากคำ หรือวลี  ให้เราแล้ว  
(ที่เราพิมพ์คำ หรือวลี เข้าไปในช่องค้นหา)  นำมาหารูปภาพที่คล้ายกันให้อีกโดยนำเอาเมาส์วางไว้ที่รูปภาพนั้น ๆ ให้ขยายใหญ่ขึ้น  แล้วลากรูปภาพนั้นไปวางไว้ในกล่อง "ค้นด้วยภาพ"  ที่มีข้อความว่า  "วางภาพที่นี่"  ก็ให้วางภาพนั้นตรงนั้น

(ภาพที่ 5)ภาพที่ 5*.*นอกเหนือจาก 2  วิธีข้างต้นในการใช้รูปภาพค้นรูปภาพแล้ว  ยังสามารถนำลิงก์ หรือ  URL ของรูปภาพ   มาใช้ในการค้นหารูปภาพได้อีกด้วย   และ Google  ยังมีการให้การบริการค้นหาภาพขั้นสูงอีก  ซึ่งทำให้การค้นหาละเอียดขึ้น แล้วท่านล่ะ !! เคยใช้บริการนี้หรือยัง ??  หากยัง  เชิญลองใช้ดูครับ  จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้แก่ท่านในการค้นหา ได้อย่างมากทีเดียว
*.*.*.*.*ขอขอบคุณ Google  ที่ช่วยให้การค้นหารูปภาพได้หลากหลายวิธี ทำให้ได้รับความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น
ดูแล้วจะต้องทึ่ง!!!  เฉลยมายากลระดับโลก


วันจันทร์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Camera51 แอพถ่ายรูป ที่ช่วยวิเคราะห์มุมกล้องที่ดีที่สุด ให้คุณถ่ายรูปสวยขึ้น


camera51-help-take-camera-best-photo-01วันนี้มีแอพใหม่ที่มาแรงในฝั่ง Android เอาใจคนชอบถ่ายรูป  ซึ่งกลายเป็นแอพที่พูดถีงกันมากหลายสื่อตลอดเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ที่จะเป็นผู้ช่วยในการถ่ายภาพให้คุณได้ภาพในมุมที่สวย และครบถ้วนเรื่ององค์ประกอบของภาพ ด้วยแอพ  camera51
แอพ Camera51 แตกต่างจากโหมดถ่ายรูปบนมือถือ Android หรือแอพแชร์ภาพอย่างพวก Instagram , camera360 และแอพอื่นๆ ตรงมีหน้าจอที่ช่วยวิเคราะห์ ทั้งวิเคราะห์วัตถุในภาพ  เส้น และหน้าคนในภาพ รวมทั้งสภาพแสง เพื่อให้ได้มุมภาพที่ดูสวย ดีที่สุดในการถ่าย ซึ่งบางท่านที่ใช้กล้องมือถือจะไม่ทราบในเรื่องการถ่ายในมุมที่เหมาะสมนี้ ระบบแนะนำในแอพ Camera 51 ช่วยคุณได้
camera51-help-take-camera-best-photo-02วิธีการใช้คือ ดาวน์โหลดติดตั้งแอพ camera 51 ลงบนมือถือ Android ซึ่งดาวน์โหลดใช้งานฟรี ทาง Google Play แล้วเปิดแอพ Camera51 เพื่อถ่ายรูป
camera51-help-take-camera-best-photo-03ซึ่งหน้าจอจะได้ลักษณะแบบนี้ ในกรณีที่ช่องมองภาพถ่ายมุมไหน ระบบกล้องก็จะวิเคราะห์และช่วยแนะนำคุณหันมือถือให้รูปมือถืออยู่ในกรอบสี่เหลี่ยม camera51 กำหนด แค่นี้แอพ camera51 จะถ่ายภาพให้โดยอัตโนมัติและจะได้ภาพมุมที่สวย เหมาะสม ดูดีที่สุดในการถ่ายภาพ หากต้องการโฟกัสที่วัตถุอื่นๆ ที่ไม่ตรงกับ camera51 สามารถใช้นิ้วแตะจอ ตรงวัตถุที่ต้องการถ่ายได้ ระบบก็จะช่วยวิเคราะห์ และหาตำแหน่งมุมภาพที่เหมาะสมให้อีกที
camera51-help-take-camera-best-photo-selfieนอกจากนี้ camera51 ยังได้อัพเดตฟีเจอร์เอาใจคนชอบถ่าย selfie ด้วย เพียงเปิดแอพ camera51 แล้วเปลี่ยนเป็นกล้องหน้า แล้วส่องมาหน้าเราเอง จะเห็นช่วงขณะถ่ายรูประบบจะแนะนำให้คุณหันมือถือให้ไอคอนรูปมือถืออยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมที่แอพกำหนด ระบบก็จะหามุมภาพที่ดูสวยให้ และทำการ shutter ถ่ายภาพ selfie ให้คุณโดยอัตโนมัติแบบคุณไม่ต้องกดปุ่มถ่ายภาพเองเลย และได้ภาพที่ดูดีด้วย
อย่างไรก็ตามแอพ camera51 เหมาะสำหรับ มือถือ Android ที่อยู่ในสเปคกลางๆถึงสเปคสูงระดับมือถือเรือธง ถึงจะสามารถใช้งานแอพนี้ได้มีประสิทธิภาพและได้ฟีเจอร์ในการถ่ายภาพที่ครบถ้วน ทั้งนี้แอพ camera51 ไม่เหมาะติดตั้งบนมือถือสเปคต่ำ เพราะจะทำให้เครื่อง Lag กระตุก ทำงานได้ช้าได้
camera51-help-take-camera-best-photoเรียกได้ว่ามีแอพ camera51 เหมือนมีช่างภาพที่มีประสบการณ์ถ่ายภาพสวย มาช่วยแนะนำคุณในการถ่ายภาพให้ได้ภาพที่ดูดีที่สุด   ในตอนนี้ Camera51 ใช้ได้แล้วบนมือถือ Android ส่วนผู้ใช้ iPhone และ iOS ก็อดใจรอนิดนึง จะเปิดให้ดาวน์โหลดผ่านทาง App Store ให้คุณได้ใช้กันเร็วๆนี้
ที่มา : 

ไอที24ชั่วโมง


วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557

รู้ยัง? “5 ผลไม้ เด่น ที่น่าปลูกในอนาคต” มีอะไรบ้าง
ลำไยยักษ์ พันธุ์ “จัมโบ้”
ลำไยสายพันธุ์ใหม่ ที่กรมวิชาการเกษตร ได้มีหนังสือรับรองพันธุ์ขึ้นทะเบียนกรมวิชาการเกษตร จัดเป็นลำไยอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ได้จากการกลายพันธุ์มาจากการเพาะเมล็ด (คาดว่าน่าจะกลายมาจากพันธุ์อีดอ) เป็นพันธุ์ที่เหมาะต่อการบริโภคสด
ผลมีขนาดใหญ่มาก มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 เซนติเมตร มีขนาดผลใหญ่กว่าลำไยเกรด A ที่ส่งขายยัง ต่างประเทศถึง 2 เท่า
เป็นลำไยที่เนื้อหนาแข็งและแห้ง ไม่แฉะน้ำ มีความหวานเฉลี่ย 13-15 เปอร์เซ็นต์บริกซ์
ที่น่าสนใจคือ เมล็ดลีบ 100 เปอร์เซ็นต์ และได้มีการตั้งชื่อว่า พันธุ์ “จัมโบ้” (JUMBO)
เจ้าของลำไยพันธุ์จัมโบ้นี้คือ คุณสุทัศน์ อินต๊ะ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เป็นต้นที่ได้จากการปลูกด้วยเมล็ดและกลายพันธุ์มาดี จากลำไยต้นหนึ่งในเขตอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่
ลักษณะของการติดผลของลำไยพันธุ์นี้ ถ้าดูแลดี ดกไม่แพ้พันธุ์อีดอ โดยเฉพาะในช่วงออกดอกและติดผล ลักษณะผลจะกลมแป้น ผิวเปลือกเรียบ มีสีน้ำตาลปนเหลือง เปลือกหนาประมาณ 1.3 มิลลิเมตร
ในธรรมชาติจะออกดอกในช่วงเดือนมกราคม และเก็บเกี่ยวผลผลิตในเดือนสิงหาคม-กันยายน
จัดเป็นลำไยที่มีลักษณะเป็นพันธุ์หนักกว่าพันธุ์อื่น ทำให้ผลผลิตแก่กว่าลำไยที่ออกในฤดูทั่วไป เนื่องจากเป็นลำไยที่พบเปอร์เซ็นต์เมล็ดลีบ 100 เปอร์เซ็นต์ ที่ “สวนคุณลี” จังหวัดพิจิตร และได้ผลผลิตในช่วงต้นเดือนกันยายน พบว่าใน 1 ช่อ ผลลำไยมีเมล็ดลีบ 100 เปอร์เซ็นต์
ถือเป็นพันธุ์ลำไยที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก คือรสชาติ ลักษณะเหมือนลำไยพันธุ์อีดอผสมเบี้ยวเขียว คือมีเนื้อแห้งและกรอบ แต่ได้ขนาดที่ผลใหญ่มาก และที่สำคัญ “เมล็ดลีบ 100 เปอร์เซ็นต์ และเนื้อหนามาก”
มีเกษตรกรผู้ปลูกลำไยส่งออกได้มาดูผลผลิตยอมรับว่าดีจริง และส่งขายต่างประเทศได้ราคาสูงแน่นอน
โดยผู้ส่งออกได้มาดูผลผลิตลำไยพันธุ์จัมโบ้ที่สวนคุณลีบอกว่า ลักษณะคล้ายกับพันธุ์อีดอ เนื้อมีสีขาว แต่โดดเด่นตรงที่เนื้อหนามากและเมล็ดลีบ ทำให้ได้เปรียบลำไยสายพันธุ์อื่น
สำหรับพื้นที่ที่จะปลูกลำไยพันธุ์จัมโบ้สามารถปลูกได้ทั่วประเทศ ขอให้มีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์เท่านั้น 
เนื่องจากปัจจุบันมีเทคโนโลยีในการใช้สารโพแทสเซียมคลอเรต หรือโซเดียมคลอเรต บังคับให้ออกนอกฤดูได้ 
การปลูกลำไยแบบสมัยใหม่ ถ้าเป็นพื้นที่ที่เคยปลูกพืชอื่นมาก่อน ให้ไถดินลึก ประมาณ 30 เซนติเมตร ตากดินไว้ 20-25 วัน พรวนย่อยดินอีก 1-2 ครั้ง และปรับระดับดินให้สม่ำเสมอตามแนวลาดเอียง
วิธีการปลูก เริ่มจากการเตรียมพันธุ์โดยวิธีการตอนกิ่ง ซึ่งควรเตรียมไว้ล่วงหน้า 1 ปี เพื่อจะได้ต้นกล้าที่แข็งแรง หรือเลือกใช้ต้นพันธุ์ลำไยที่ขยายพันธุ์แบบเสียบยอด หรือทาบกิ่งก็ได้ เพราะจะได้ต้นพันธุ์ที่มีรากแก้ว ทำให้ต้นแข็งแรง หากินเก่ง ทนต่อสภาพดินไม่ดีได้ ต่อมาก็เป็นเรื่องของระยะปลูก 6x6 เมตร แล้วใช้วิธีควบคุมทรงพุ่ม
ฝรั่ง พันธุ์ “พิจิตร 1”
ผู้เขียนได้นำเมล็ดพันธุ์ฝรั่งฮ่องเต้มาบริโภค และได้นำเมล็ดมาเพาะโดยมีวัตถุประสงค์แรกเพื่อจะใช้ทำต้นตอ และนำไปทาบกิ่งกับฝรั่งพันธุ์ฮ่องเต้ เพื่อจะได้ต้นพันธุ์ที่มีรากแก้ว เมล็ดส่วนหนึ่งได้นำไปปลูกแซมในสวนมะนาวแป้นดกพิเศษ เพื่อตรวจสอบดูว่าจะมีฝรั่งต้นใดกลายพันธุ์มาดีกว่าพันธุ์ฮ่องเต้หรือไม่
ผลปรากฏว่า มีฝรั่งอยู่ต้นหนึ่งปลูกด้วยเมล็ดไปเพียง 4-5 เดือนเศษ เริ่มออกดอกและติดผลดกมาก ที่สวนคุณลีได้ทดลองผลเหมือนกับการห่อฝรั่งในไต้หวัน เมื่อผลแก่พบว่า ฝรั่งมีผลเป็นทรงกลมคล้ายพันธุ์กลมสาลี่ มีผิวขาวนวล เนื้อละเอียดมาก และเนื้อไม่แข็งมาก เมล็ดน้อยมาก รสชาติหวานมาก ความหวานน่าจะไม่ต่ำกว่า 14 เปอร์เซ็นต์บริกซ์ ถ้ามีการบำรุงรักษาที่ดี ผลจะมีน้ำหนักได้ถึง 1 กิโลกรัม ต่อผล
ที่สำคัญ เมื่อผลฝรั่งพันธุ์พิจิตร 1 แก่จัด เนื้อจะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวคล้ายกลิ่นของแอปเปิ้ล และเนื้อล่อนหลุดง่ายจากเมล็ด จัดเป็นฝรั่งที่มีรสชาติอร่อยมากอีกพันธุ์หนึ่ง และได้ตั้งชื่อพันธุ์ว่า “พันธุ์พิจิตร 1” เพราะต้นแม่เกิดที่จังหวัดพิจิตร 
คาดว่า ฝรั่งพันธุ์พิจิตร 1 จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการปลูกฝรั่งไทยในอนาคตอย่างแน่นอน
การปลูกฝรั่งให้ความสำคัญในเรื่องของสภาพดินปลูกที่จะต้องเป็นดินที่มีการระบายน้ำที่ดีและมีอินทรียวัตถุสูงเป็นที่สังเกตว่าการนำกากอ้อยมาใช้เป็นปุ๋ยหมักในการปรับโครงสร้างของดินและที่เน้นเป็นพิเศษคือจะต้องมีการตรวจเช็กค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน เมื่อดินเป็นกรดจะแนะนำให้ใส่ปูนโดโลไมท์ ระยะการปลูก 4x4 เมตร หรือ 6x6 เมตร
มีคำแนะนำเพิ่มเติมว่า การใช้ระยะปลูกที่ห่างพอสมควรมีส่วนช่วยในเรื่องของระบบการถ่ายเทอากาศที่ดี มีส่วนช่วยลดปัญหาโรคและแมลงได้
ฝรั่งพันธุ์ “พิจิตร 1” จัดเป็นไม้ผลที่น่าปลูก เนื่องจากสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกได้เร็ว กล่าวคือ ปลูกเพียง 6 เดือน ต้นสามารถออกดอกและติดผลแล้ว และเก็บผลผลิตขายได้ภายใน 1 ปี
ชมพู่พันธุ์ “สตรอเบอรี่”
สวนคุณลีได้ยอดพันธุ์ชมพู่สตรอเบอรี่มาเสียบยอดกับต้นชมพู่ทับทิมจันท์ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2557 ต้นชมพู่สตรอเบอรี่ใหญ่เต็มที่ เริ่มออกดอกและติดผลพบว่า ให้ผลผลิตดกมาก มีลักษณะติดผลเป็นพวงและผลร่วงน้อยกว่าชมพู่พันธุ์อื่นๆ เมื่อผลชมพู่แก่สีของผลมีสีแดงเลือดนก โดดเด่นมาก มีน้ำหนักผลไม่ต่ำกว่า 200 กรัม และรสชาติหวาน กรอบ อร่อยมาก ที่สำคัญเมื่อปล่อยชมพู่ให้แก่จัดบนต้นพบว่า เน่าเสียได้ยากกว่าชมพู่ทุกพันธุ์ที่ปลูกในบ้านเรา
สรุปได้ว่า เป็นพันธุ์ชมพู่ที่ทนต่อการขนส่ง ชมพู่พันธุ์สตรอเบอรี่จะมีความแตกต่างจากชมพู่การค้าพันธุ์อื่นๆ ตรงที่ลักษณะของใบจะใหญ่มาก
ปัจจุบันชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรมีปลูกอยู่รายเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
ผู้เขียนคาดว่า ชมพู่พันธุ์สตรอเบอรี่ จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการปลูกชมพู่ในอนาคตของชาวสวนไทย เนื่องจากเป็นชมพู่ที่มีเนื้อละเอียด เวลากัดจะไม่รู้สึกปวดฟัน เหมาะสำหรับผู้สูงอายุและวัยรุ่นที่ชอบชมพู่ที่มีสีสันสวยงาม สีแดงสด และรสชาติหวาน กรอบ จัดเป็นชมพู่ที่ติดผลดกมาก น้ำหนักผลที่ใหญ่สุดมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่า 250 กรัม
มะม่วงพันธุ์ “งาช้างแดง” ของแท้
ช่วงระหว่าง วันที่ 29 กรกฎาคม-2 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสไปดูงานที่เกาะไต้หวันอีกครั้งหนึ่ง เป็นครั้งที่ 5 และในครั้งนี้ได้เข้าชมแปลงปลูกมะม่วงของศูนย์ปรับปรุงพันธุ์ไม้ผลเมืองไทนันอีกครั้งหนึ่ง ได้มีโอกาสได้เห็นมะม่วงพันธุ์ “งาช้างแดง”
ซึ่งมีขนาดผลใหญ่และยาวมาก วัดความยาวผลได้ถึง 25 เซนติเมตร มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 1.5-2 กิโลกรัม เนื้อสุกมีรสชาติหวาน หอม เนื้อหนามาก เมล็ดลีบบาง เพียง 1 เซนติเมตร เท่านั้นเอง
ทางสวนคุณลี ได้ต้นพันธุ์ มะม่วง “งาช้างแดง” มาปลูกในประเทศไทยแล้ว ปัจจุบันได้มีการเผยแพร่มะม่วงพันธุ์งาช้างแดงกันอย่างแพร่หลาย อาจจะทำให้มีหลายคนเกิดความสับสนทั้งรูปภาพที่นำมาเผยแพร่
ในการไปดูงานในไต้หวันในครั้งนี้ ผู้เขียนได้รับความกระจ่างว่า สวนคุณลีได้มะม่วงพันธุ์งาช้างแดงของแท้มาปลูก และได้ทดลองชิมผลผลิตแล้วต้องยอมรับว่า เมื่อผลสุกรสชาติหวาน หอม ไม่มีกลิ่นเหม็นขี้ไต้ ที่สำคัญปริมาณเนื้อมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และเมล็ดลีบเล็กมาก มะม่วงพันธุ์งาช้างแดง ผลใหญ่และยาวมาก วัดความยาวผลได้ถึง 25 เซนติเมตร เนื้อสุกมีรสชาติหวานหอม เนื้อหนามาก เมล็ดลีบบางเพียง 1 เซนติเมตร เท่านั้นเอง น้ำหนักของเมล็ดไม่ถึง 100 กรัม มีเฉพาะเนื้อมากกว่า 1 กิโลกรัม
มะม่วงลูกผสม “ไต้หวัน T1”
ในแปลงปลูกมะม่วงของศูนย์ปรับปรุงพันธุ์ไม้ผลเมืองไทนัน เกาะไต้หวัน มีการพัฒนาสายพันธุ์มะม่วงให้สีผิวมีสีแดงมากขึ้น มีพันธุ์มะม่วงลูกผสมพันธุ์ใหม่หลายสายพันธุ์ มะม่วงลูกผสมพันธุ์ใหม่บางสายพันธุ์ของศูนย์แห่งนี้ได้ปรับปรุงพันธุ์ให้ผลมีสีแดงออกม่วงตั้งแต่ระยะผลอ่อน
ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตรได้ยอดมะม่วงพันธุ์ลูกผสมพันธุ์ใหม่จากแปลงทดลองของศูนย์แห่งนี้มาหลายสายพันธุ์และเมื่อกลับมาถึงเมืองไทยได้นำยอดพันธุ์มะม่วงเหล่านั้นมาเสียบฝากไว้กับต้นมะม่วงR2E2เวลาผ่านไป 3 ปี มะม่วงลูกผสมของไต้หวันหลายสายพันธุ์ได้เจริญเติบโตและพร้อมที่จะให้ผลผลิต
โดยหนึ่งในนั้นทางชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร ได้ตั้งชื่อมะม่วงลูกผสมว่า T1 (T ย่อมาจาก Taiwan) ฤดูกาลที่ผ่านมา มะม่วง T1 ได้มีการออกดอกและติดผล
สิ่งที่สังเกตได้อย่างชัดเจนว่า ในระยะที่ผลมะม่วง T1 มีการติดผลเท่ากับนิ้วก้อย ผิวที่ผลจะเริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวมาเป็นสีม่วงแดง โดยเมื่อผลมีขนาดใหญ่ขึ้น สีของผิวจะออกสีม่วงเข้มขึ้น และเมื่อผลแก่จะมีสีม่วง ทั้งผล มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 1.5-2 กิโลกรัม จัดเป็นมะม่วงกินสุกที่รสชาติอร่อย เนื้อมีสีเหลืองละเอียดเนียน ไม่มีเสี้ยน
มะม่วงพันธุ์ T1 (TAIWAN เบอร์ 1) เมื่อผลแก่และนำมาวางขายด้วยผิวผลที่มีสีม่วงเข้มจะดึงดูดผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี และคาดว่าจะเป็นมะม่วงอีกสายพันธุ์หนึ่งที่มีชาวสวนมะม่วงไทยขยายพื้นที่ปลูกกันมากขึ้นในอนาคต
ปัจจุบัน ทางสวนคุณลี ได้ขยายพื้นที่ปลูกมะม่วง T1 มากขึ้น ด้วยมั่นใจว่าจะปลูกและสามารถบังคับให้ออกนอกฤดูในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี และเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการบริโภคมะม่วงในประเทศไทย
ที่สำคัญพบว่า มะม่วงลูกผสม T1 สามารถยืดอายุการเก็บเกี่ยวได้บนต้นนานนับเดือน ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อผลมะม่วงแก่จัดนำมาบริโภคเป็นมะม่วงกินดิบ เนื้อสีเหลือง รสชาติหวานมัน และอร่อยไม่แพ้มะม่วงพันธุ์ “แก้วขมิ้น” ของกัมพูชา
สนใจรายละเอียดเกี่ยวกับพันธุ์ ติดต่อได้ที่ สวนคุณลี โทร. (081) 901-3760

ข้อมูล : นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน  www.technologychaoban.com
ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ (เรื่อง-ภาพ)

วันพฤหัสบดีที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2557

"ปลูกผักในต้นกล้วย" ความชุ่มฉ่ำเหลือเฟือ ไม่ต้องรดน้ำ ผักรสหวาน 


การปลูกผักไร้ดินแบบไฮโดรโปนิกส์ เป็นที่นิยมกันมาก มีการทำเป็นชุด Kit ให้ไปทำการปลูกบนระเบียงคอนโดสำหรับผักสลัดทานเองก็เยอะ แต่อยากจะบอกว่าการปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์นั้น ผักที่เราทานจะเป็นผักที่มีสารเคมีจากน้ำและแร่ธาตุที่เราใช้หล่อเลี้ยงเขา เข้าไปอยู่ในลำต้นตรง ๆ เลยทีเดียว 




สำหรับการปลูกผักไร้ดินที่จะแนะนำในครั้งนี้ จะเป็นการใช้ต้นกล้วยที่มีน้ำชุ่มฉ่ำของน้ำที่อยู่ในลำต้นแทน ซึ่งทำให้เกือบจะไม่ต้องใช้น้ำเลย เหมาะกับชาวสวนชาวไร่ในชนบทสักหน่อย เพราะตามหมู่บ้านของชนบท จะนิยมปลูกกล้วยกันมากในรอบบริเวณบ้านกันอยู่แล้ว

ขั้นตอนและวิธีการทำ

ขึ้นที่ 1 การเตรียมหรือการเพาะต้นกล้าเสียก่อน

เตรียมดินเพาะกล้า โดยใช้ปุ๋ยคอก ผสม ขุยมะพร้าวหรือขี้เลื้อย และหรือเศษวัสดุอื่นๆ แล้วเพาะกล้า ลงแปลงเพาะกล้าไว้ เมื่อต้นกล้าผักเจริญเติบโตมีใบประมาณ 3-4 ใบ จึงนำออกมาปลูกบนต้นกล้วยได้

ขั้นที่ 2 สำหรับการปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย

สำหรับการปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วย ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยซึ่งต้นกล้วยนั้นหลังจากที่ตัดเครือ กล้วยที่แก่แล้วออก ก็จะตาย การจะตัดต้นกล้วยทิ้งก็เป็นการสูญเสียไปเปล่า ๆ โดยที่ไม่ได้อะไร ดังนั้น เมื่อตัดเครือกล้วยแล้ว (จะเป็นกล้วยน้ำว้าหรือกล้วยอะไรก็ได้) ให้เจาะรูที่ต้นกล้วยในลักษณะทแยงลงไป ให้รูมีขนาดเท่ากับที่จะนำกล้าลงไปปลูกในต้นกล้วย และทำไม้ค้ำยันต้นกล้วยไม่ให้ต้นกล้วยล้มลง ส่วนจำนวนผักที่จะปลูกมากหรือน้อย ไม่สามารถบอกได้ ให้ดูขนาดของต้นกล้วยว่าใหญ่หรือเล็ก และก็ไม่ต้องรดน้ำ ให้ต้นกล้วยแต่อย่างใด






หลังจากนั้น ประมาณ 30 วัน (ขึ้นอยู่กับอายุของผักที่ปลูก) ก็เก็บเกี่ยวผักไปกินหรือนำไปรับประทานได้เลย
ผักที่นำมาปลูก ได้แก่ อายุสั้น อย่างเช่น ผักสลัด ผักบุ้ง ผักกาดขาว หรือผักอะไรก็ได้ที่ ใช้เวลา ประมาณ 30 – 40 วัน ถ้าเกินนี้ต้นกล้วยจะโทรมและเหี่ยวแห้งตายเสียก่อน




ผักที่ได้จะมีรสชาติดีมาก หวาน และกรอบ ใบเป็นเงางาม ทั้งนี้ เป็นเพราะต้นกล้วยมีธาตุโพแทสเซียมสูงนั่นเอง ผักที่ปลูกควรเป็นผักกินใบที่ไม่ต้องการแสงแดดที่แรงมากนัก เพราะใบของกล้วยจะช่วยพรางแสงแดดได้บางส่วน







ข้อมูล http://manopas.com

แจ็ค หม่า จาก 500 บาทเป็น 5 ล้านล้านบาท สอนการใช้ชีวิตและธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ

2894914374_1b1d42c24e_z
แจ็ค หม่า จากชายผู้มีเงินเดือน 500 บาท ตอนนี้บริษัท Alibaba ของเค้ามีมูลค่ามากกว่า 5 ล้านล้านบาท เป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตที่มีมูลค่าตลาดสูงกว่า eBay, Twitter และ LinkedIn รวมกัน เมื่อวันที่ Alibaba Group ขายหุ้น IPO เป็นวันแรก ก็ขึ้นแซง Facebook เลย! นับเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในจีนตอนนี้
วันนี้แฮกชีวิตนำคำสอนของ แจ็ค หม่า ว่าเราจะประสบความสำเร็จในชีวิตและธุรกิจได้อย่างไรบ้าง

“สิ่งที่ผมเสียใจที่สุด”

เมื่อปี ค.ศ. 2001 ผมได้ทำสิ่งผิดพลาดเป็นอย่างมากที่บอกให้ 18 คนที่ได้ร่วมลงเรือลำเดียวกันในการเริ่มธุรกิจกับผมว่า ตำแหน่งสูงสุดที่พวกเขาสามารถเป็นได้คือการทำงานในตำแหน่งระดับการจัดการเท่านั้น ส่วนตำแหน่งประธานและตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของเรานั้น เราจำเป็นจะต้องจ้างบุคคลภายนอกมาบริหารงาน แต่เพียงแค่ไม่กี่ปีต่อมา พวกเค้าเหล่านั้นก็ลาออก
..และสุดท้ายแล้ว บุคลากรภายในบริษัทที่อยู่มาตั้งแต่แรกเหล่านั้นก็เติบโต กลายประธานและผู้บริหารระดับสูง คนซึ่งผมเคยสงสัยในความสามารถของพวกเขา
หลังจากนั้นมาจึงทำให้ผมเชื่ออยู่ใน 2 อย่าง คือ
  • ทัศนคติของคุณนั้นสำคัญกว่าความสามารถ
  • การตัดสินใจของคุณนั้นก็สำคัญกว่าความสามารถ

“คุณไม่สามารถที่จะทำให้คนทุกคนนั้นคิดเหมือนกันได้หรอก แต่คุณสามารถที่จะทำให้ทุกคนก้าวไปทางเดียวกันได้ด้วยเป้าหมายเดียวกัน”

  • อย่าพยายามแม้แต่จะคิดว่าคุณจะทำให้ทุกคนคิดเหมือนกันได้… มันไม่มีทางเป็นไปได้!
  • 30% ของผู้คนทั้งหมดนั้น จะไม่มีวันเชื่อคุณเลย… ดังนั้นอย่าพยายามทำให้เพื่อนร่วมงานและพนักงานทำงานให้คุณ แต่จงทำให้เค้าทำงานเพื่อเป้าหมายร่วมกัน
  • สร้างบริษัทให้รวมใจกันอยู่ภายใต้เป้าหมายร่วมกัน ง่ายกว่าการทำงานภายใต้ตามคำสั่งของใครคนใดคนหนึ่งหรือเพื่อคนคนหนึ่ง

ผู้นำมีอะไรที่พนักงานทั่วไปไม่มี?

คนที่เป็นผู้นำนั้นไม่ควรนำทักษะเชิงเทคนิคของตัวเองไปเปรียบเทียบกับพนักงาน พนักงานของคุณจำเป็นต้องมีทักษะเชิงเทคนิคมากกว่าคุณอยู่แล้ว ถ้าหากเค้าไม่มี แสดงว่าคุณจ้างคนผิดแล้วล่ะ
แล้วอะไรละที่ทำให้ผู้นำโดดเด่น
  • ผู้นำนั้นควรจะมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่าพนักงานธรรมดา
  • ผู้นำควรจะมีกล้าหาญ ยืดหยัด และความอดทนในสิ่งที่พนักงานธรรมดาไม่สามารถทำได้
  • ผู้นำควรจะมีความอึดและความสามารถที่จะยอมรับสิ่งที่ล้มเหลวได้
แน่นอนว่าคุณภาพของผู้นำที่ดีนั้นอยู่ที่วิสัยทัศน์ แรงใจและความสามารถ

อย่าริยุ่งการเมือง

คุณต้องเข้าใจเสมอว่าเงินและอำนาจทางการเมือง มันอยู่ที่เดียวกันไม่ได้ หากคุณอยู่ในการเมือง ก็ไม่ควรคิดเรื่องเงินอีกต่อไป หากคุณทำธุรกิจ ก็อย่าเที่ยวไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
หากสองอย่างนี้เจอกันเมื่อไหร่ละก็ รอวันจบไม่สวย… :)

4 คำถามที่เด็กรุ่นใหม่ควรจะเฝ้าถามตัวเอง

ความล้มเหลวคืออะไร? การยอมแพ้นั้นเป็นความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ความยืดหยุ่นคืออะไร? คุณจะเข้าใจความหมายของคุณก็ต่อเมื่อคุณผ่านความยากลำบาก ผ่านความทุกข์และความผิดหวังมาแล้วเท่านั้น
ความรับผิดชอบและหน้าที่คืออะไร? คือการที่จะต้องขยันมากขึ้น ทำงานหนักและความทะเยอทะยานกว่าคนอื่น ๆ คนโง่เท่านั้นที่ใช้ปากของพวกเขาที่จะพูด คนฉลาดใช้สมองของเขา และคนที่ปราดเปรื่องจะใช้หัวใจของเขา

คนเรานั้นเกิดมาเพื่อใช้ชีวิตและหาประสบการณ์ชีวิต

ผมบอกกับตัวเองเสมอว่าคนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อทำงาน แต่เพื่อสนุกกับชีวิต และเราเกิดมาเพื่อทำสิ่งที่ดีกว่า ไม่ได้เพื่อทำงาน หากคุณใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อทำงาน คุณจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน
ไม่ว่าคุณจะประสบความสำเร็จในอาชีพการงานมากเพียงใดก็ตาม คุณจะต้องจำไว้ว่า เราเกิดมาเพื่อใช้ชีวิต ถ้าคุณยุ่งแต่กับการทำงาน ในที่สุดคุณจะต้องเสียใจ

เวทีแข่งขันและการแข่งขันในธุรกิจ

  1. พวกที่บ้าแข่งขันกันอย่างระห่ำนั้นคือพวกโง่
  2. หากคุณมองทุกคนรอบตัวเป็นศัตรู ทุกคนรอบตัวคุณก็จะเป็นศัตรูของคุณ
  3. หากคุณทำการแข่งขันกับคู่แข่ง อย่าพยายามใช้ความเกลียดชัง ความเกลียดจะทำให้คุณพ่ายแพ้
  4. การแข่งขันนั้นคล้ายกับการเล่นหมากกระดานหากคุณแพ้กระดานนี้ คุณก็มีโอกาสเล่นต่อในกระดานต่อไป ดังนั้นทั้งสองฝั่งไม่ควรจะสู้กันเอง
  5. นักธุรกิจที่แท้จริงนั้นไม่ควรมีศัตรูเลย หากใครเข้าใจจุดนี้ ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้ในโลกธุรกิจ

อย่าจู้จี้ขี้บ่นเป็นนิสัย

ถ้านานๆ ครั้ง ก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่หากบ่นเป็นนิสัยแล้ว คุณก็จะยิ่งบ่นมากขึ้นไปอีก เปรียบได้กับดื่มน้ำทะเล ยิ่งดื่มก็ยิ่งกระหาย ดื่มไปไม่ได้ช่วยอะไร การบ่นก็เหมือนกัน การบ่นเยอะๆมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น หนทางสู่ความสำเร็จนั้น คุณจะสังเกตได้ว่าผู้ที่สำเร็จมักจะไม่ขี้บ่น…

โลกนี้จำไม่ได้หรอกว่าคุณพูดอะไรไป แต่จะไม่ลืมสิ่งที่คุณทำ

คำแนะนำของ แจ็ค หม่า สำหรับผู้ประกอบการ

  1. โอกาสที่ทุกคนไม่เห็นนั้นคือโอกาสที่แท้จริง
  2. ต้องให้พนักงานคุณมาถึงที่ทำงานด้วยรอยยิ้มเสมอ
  3. ลูกค้าต้องมาอันดับ 1, พนักงานอันดับ 2, และผู้ถือหุ้นมาอันดับ 3
  4. นำมาใช้และเปลี่ยนแปลงก่อนเทรนด์หรือการเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆ จะเกิดขึ้น
  5. ลืมเรื่องเงิน ลืมเรื่องการหาเงินไปซะ
  6. แทนที่จะไปเสียเวลากับเทคนิคเล็กน้อยการเรียกลูกค้าใหม่ ควรมุ่งเน้นไปที่การครองใจและดูแลลูกค้าเก่า
  7. ทัศนคติของคุณจะเป็นตัวกำหนดว่าคุณจะไปได้ไกลแค่ไหน

การเป็นผู้ประกอบการ

  1. โอกาสที่ยิ่งใหญ่นั้นมักจะอธิบายชัดเจนไม่ได้ ส่วนสิ่งที่อธิบายชัดเจนได้นั้นมักจะไม่ใช่โอกาสที่ดีที่สุด
  2. คุณควรจะหาคนที่มาทำให้บริษัทสมบูรณ์ขึ้น โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องหาคนที่ประสบความสำเร็จ หาคนที่ใช่ ไม่ใช่หาคนที่ดีที่สุด
  3. สิ่งที่ไม่น่าเชื่อถือมากที่สุดในโลกนี้คือความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์
  4. คำว่า “ฟรี” เป็นคำที่แพงที่สุด
  5. วันนี้เป็นวันที่โหดร้าย พรุ่งนี้จะเป็นวันที่จะแย่กว่า แต่มะรืนนี้จะเป็นวันที่สวยงาม

4 สิ่งต้องห้ามของผู้ประกอบการ

  • สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของการเริ่มต้นธุรกิจคือ การที่ไม่สามารถจะมองเห็น ประมาท ไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่สามารถรักษาระดับได้
  • ถ้าคุณไม่ทราบว่าคู่แข่งของคุณอยู่ที่ไหน มั่นใจเกินเหตุและประมาทคู่แข่งเกินไป ในที่สุดคุณก็จะตามหลังเค้า

“First they ignore you, then they laugh at you, then they fight you, then you win.” อย่าเป็น “they” ในประโยคข้างต้น

  • ถึงแม้คู่แข่งของคุณยังเล็กหรืออ่อนแอ คุณควรประเมินเค้าอย่างจริงจังและปฏิบัติต่อเค้าเหมือนเค้าเป็นยักษ์ใหญ่
  • ในทางเดียวกัน หากคู่แข่งของคุณเป็นยักษ์ใหญ่ คุณก็ไม่ควรมองตัวเองว่าอ่อนแอ

การเปิดบริษัทของคุณเอง

ความหมายของการเริ่มต้นบริษัทคือ คุณจะสูญเสียรายได้ที่มั่นคง คุณจะมีสิทธิ์หยุดได้ตามใจ จะได้โบนัสหรือไม่ก็เป็นสิทธิ์ของคุณ อย่างไรก็ตาม มันก็หมายความว่า รายได้ของคุณก็จะไม่ถูกจำกัด คุณจะใช้เวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและคุณจะไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากคนอีกต่อไป
หากคุณมีความคิดที่แตกต่างกัน ผลลัพธ์ของคุณก็จะแตกต่าง ถ้าคุณตัดสินใจเลือกสิ่งที่แตกต่างจากคนรอบข้างคุณ ชีวิตของคุณจะแตกต่างจากคนรอบข้างคุณ

โอกาส

ถ้าหากมีข้อเสนอนึงมาให้ แล้วคนส่วนใหญ่ (มากกว่า 90%) ตอบว่าข้อเสนอนี้มัน “ใช่” , ผมก็จะทิ้งข้อเสนอนั้นลงถังขยะในทันที
เหตุผลง่ายนิดเดียวคือ

“ถ้าหากมีคนอยู่เยอะที่คิดว่าข้อเสนอนี้ดี ย่อมแสดงว่าต้องมีคนอยู่อีกเยอะเช่นกันที่กำลังทำงานนี้อยู่ และโอกาสนั้นมันก็ไม่ได้เป็นของเราแล้ว”

6725861247_998c646b87_o
ที่มา – VulcanPost

วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2557


หนึ่งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของอาหารไทย คือ รสเผ็ดจากพริกหรือเครื่องเทศที่ใช้ นอกจากจะเสริมให้อร่อยลิ้นแล้ว ถ้ารับประทานรสเผ็ดที่เหมาะสมย่อมส่งผลดีต่อสุขภาพ
นายแพทย์กฤษดา ศิรามพุช ผู้อำนวยการศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์นานาชาติ เล่าว่า การกินเผ็ดแบบไม่รู้เหนือรู้ใต้นั้นจะนำความเดือดร้อนมาให้ได้ เช่น กินเผ็ดจนเป็นโรคกระเพาะ หรือกินเผ็ดจัดในขณะท้องว่าง แถมยังกินผิดเวลา อย่างนี้เผ็ดก็เป็นโทษได้ ส่วนผู้ที่กินเผ็ดอย่างเข้าใจนั้นนอกจากจะได้เรื่องความอร่อยลิ้นแล้วยังได้อานิสงส์จากความเผ็ดในแง่สุขภาพอีกหลายข้อ ในวันนี้จะขอนำประโยชน์เผ็ดจาก “พริก” มาเล่าให้ฟังเป็นข้อๆ
เริ่มจากพริกช่วยป้องกันหัวใจ ด้วยวิตามินสำคัญ คือ วิตามินเอ, วิตามินซี, แคลเซียม และธาตุเหล็กมีมากในพริกสดและพริกแห้ง ถ้าห่วงเรื่องการเผ็ดมากให้ไปรับประทานพริกไทยหรือพริกหวานที่ใส่ในสลัดก็ยังได้
ต่อมาช่วยขยายหลอดลม มีเคมีที่ช่วยขับเสมหะและเปิดคอให้โล่งขึ้น ในคนที่เป็นภูมิแพ้ การกินเผ็ดจะช่วยได้ดีมาก หากเป็นเด็กอาจเพียงแค่พริกไทยหรือใช้หัวหอมที่เผ็ดน้อยพอ และสำหรับเด็กน้อยกับผู้สูงวัยขอให้ระวังอย่าให้สำลักพริกด้วย
ทั้งยังช่วยไล่เซลล์มะเร็ง แค่พริกป่นง่ายๆ อย่างนี้ก็ช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชาย และมะเร็งผิวหนังกับมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วย เพราะพริกช่วยล้างพิษ (Detox) ให้กับร่างกาย ลำพังใช้พริกป่นในพวงเครื่องปรุงก๋วยเตี๋ยวก็ช่วยได้แล้ว แต่ถ้ายิ่งได้รับประทานพริกสดด้วย อย่างน้ำปลาพริกขี้หนูสดก็ยิ่งช่วยได้ดี
นอกจากนี้ความเผ็ดของพริกช่วยลดไขมัน ป้องกันลิ่มเลือดจับตัว และช่วยคุมน้ำหนัก เพราะทำหน้าที่เผาผลาญพลังงานให้ด้วย ทั้งนี้จากการศึกษาในอินเดียพบว่า อาสาสมัครที่รับประทานพริกนั้นให้ผลในการลดลิ่มเลือดอุดตันตามหลอดเลือดได้ อีกทั้งปลอดภัยจากสารพิษตกค้างไม่เหมือนกับกินยาด้วย
แล้วยังสามารถลดปวดด้วยกรดเผ็ด ที่เรียกว่า “แคปไซซิน” ในพริก รวมถึงสาร “เคอคิวมิน” ในเครื่องเทศอย่างขมิ้นที่ช่วยดับไฟอักเสบได้ จึงเหมาะกับผู้มีอาการปวดไปจนถึงแสบร้อนจากการอักเสบตามที่ต่างๆ อาทิ โรคเริม, งูสวัดไปจนถึงปวดอักเสบตามข้ออย่างรูมาตอยด์, ข้อเสื่อม และอาการปวดฟกช้ำทั้งหลาย
พริกเผ็ดยังช่วยคลายเครียด พริกเป็นอาหารร่าเริงที่แท้จริงเพราะสร้าง “เอ็นดอฟิน” เป็นเคมีสุขที่ทำให้สดชื่นมีชีวิตชีวาหลั่งออกมาภายหลังจากกินเผ็ดไปไม่นาน ลองสังเกตอาการหลังทานส้มตำพริกสิบเม็ดได้ว่าเหงื่อออกแล้วสบายตัวสดชื่นดี
และสุดท้ายช่วยเรียกน้ำย่อยเจริญอาหาร ผู้ใหญ่มักเบื่ออาหารเมื่อถึงวัยหนึ่ง ดังนั้นการได้รับประทานรสเผ็ดจะช่วยสะกิดต่อมรับรสให้รู้โอชะได้ดีขึ้น นอกจากรสขมแล้วเผ็ดเป็นรสที่ช่วยกระตุ้นดอกลิ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง
ข้อมูลจาก : http://www.dailynews.co.th/

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

อาหาร 3 ประเภท กินแล้วไม่อ้วนจริงหรือ

ที่มา thaiza.com
ข้อมูล Ladytips

อาหารที่แนะนำทั้งหมดนี้ไม่ได้ช่วยให้น้ำหนักของคุณลดไปซะทีเดียว มันเป็นเพียงวิธีลดความอ้วน วิธีหนึ่งของประเภทอาหารที่ไม่ทำให้ไขมันส่วนเกินที่เราไม่ต้องการจะมารังควาญได้ต่างหาก ไม่ว่าอย่างไรการออกกำลังกาย ก็ยังคงเป็นวิธีลดความอ้วนที่ดีที่สุดและต้องไม่หักโหมเกิน

 

1. อาหารประเภทต้ม แกงจืดตำลึงหมูสับ แกงจืดมะระสอดไส้ แกงจืดวุ้นเส้น ต้มเลือดหมู แกงเหลืองปักษ์ใต้ แกงเลียงผักรวม แกงส้ม แกงอ่อมปลา แกงแคไก่ แกงป่าไก่ ต้มยำกุ้งน้ำใส ต้มยำปลาช่อนน้ำใส ต้มยำปลาทู ต้มยำปลาหมึก ต้มยำไก่

2. อาหารประเภทยำ ส้มตำไทย ส้มตำไทยใส่ปู ส้มตำผลไม้ ยำตะไคร้ ยำมะม่วง ยำรวมมิตร ยำแมงกะพรุน ยำมะเขือยาว ยำวุ้นเส้น ยำเนื้อ ยำเป็ดย่าง ยำไข่ต้มทรงเครื่อง ลาบหมู ลาบปลา ลาบไก่ พล่ากุ้ง

3. อาหารประเภทนึ่ง เต้าหู้นึ่งทรงเครื่อง ปลากะพงนึ่งมะนาว ปลาช่อนจิ้มแจ่ว ปลานึ่งสมุนไพร ปลาทับทิมนึ่งบ๊วย ปลากะพงนึ่งบ๊วย


การออกกำลังกาย เป็นวิธีลดความอ้วนที่ได้ผลดีถ้าคุณมีเวลามากพอ และทำแบบสม่ำเสมอ แต่ถ้าคุณไม่มีเวลามากขนาดนั้นอาหารที่เราทานเข้าไปทุกวันก็สามารถช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้

ซึ่งการออกกำลังกายนั้นเป็นการดูแลสุขภาพ ของคุณได้ดีทีเดียว แถมคุณเองก็จะแข็งแรงจากการออกกำลังกายอีกด้วย

วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557




น้ำฝนเป็นพิษ!!

นพ.ปรีชา เปรมปรี ผอ.สำนักโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม บอกว่า
ใน กทม. พบว่าน้ำฝนมีสภาพเป็นฝนกรดด
้วย ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ พบว่า ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาตร์ วัดค่า PH ได้ 4.63 ใครอยู่ในโซนดังกล่าว จึงไม่ควรนำน้ำฝนที่รองใหม่ๆมาดื่มกิน เกิดฝนกรดที่ไหนแสดงว่า คนปล่อยสิ่งสกปรกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศเข้าขั้นวิกฤต ปกติแล้วจะเกิดในแหล่งนิคมอุตสาหกรรม โรงไฟฟ้าถ่านหิน

คนที่ดื่มหรือสัมผัสฝนกรดจะระคายเคืองผิวหนัง คนที่ป่วยอยู่แล้วอาจเป็นโรคปอด คัดจมูก หายใจลำบาก #ภูมิแพ้อากาศ หากซัลเฟอร์ไดออกไซด์เข้าสู่กระแสเลือดมากจะทำลายเส้นเลือด

นพ.ประดิษฐ์ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข บอกว่า น้ำฝน ที่สะอาดอาจกลายเป็นน้ำเจอสารพิษได้ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมของบ้านเรือน ภาชนะเก็บกักน้ำฝน ถ้าอยู่ในโซนที่รถติดหนักๆก็เสี่ยงปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียและสารเคมีต่างๆ ด้วย

การเก็บน้ำฝนให้ปลอดภัยจึงไม่ควรรองน้ำฝนที่ตกในช่วงแรกๆ ควรปล่อยให้ฝนตกสักระยะเพื่อชะล้างสิ่งสกปรกในอากาศ ทั้งยังต้องล้างทำความสะอาดหลังคา รองรับน้ำฝน และภาชนะเก็บน้ำให้พร้อม ถ้าจะเอาชัวร์ให้ต้มน้ำให้เดือดอย่างน้อย 5 นาที เพื่อลดโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคระบบทางเดินอาหาร อุจจาระร่วง

ชวินทร์ ศิรินาค รองผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. บอกอีกว่าทุกคนควรเตรียมรับมือกับโรคที่มักระบาดในฤดูฝน อาทิ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคไข้หวัดใหญ่ โรคฉี่หนู โรคน้ำกัดเท้า รวมถึงสัตว์ที่มีพิษที่มากับน้ำ ไม่จำเป็นก็อย่าไปลุยบริเวณที่มีน้ำขัง ถ้าท่วมสูงจริงๆ ให้พึ่งพารองเท้าบู๊ตที่กันน้ำได้ หน้าฝนแบบนี้ เด็กและคนชราต้องใส่ใจดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ เนื่องจากภูมิคุ้มกันต่ำ วัคซีนป้องกันโรคเป็นไปได้รับให้ครบตามที่แพทย์สั่ง ถ้าลืมฉีดหรือพบอาการผิดปกติอื่นใดให้ไปพบแพทย์ อย่ารอช้า

มีคำแนะนำว่าหน้าฝนนี้ควรปฏิบัติตัวตามหลัก 5 อ.

อ.แรกอาหาร ทานอาหารที่สะอาดถูกหลักอนามัย
อ.ออกกำลังกาย สัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที
อ.อารมณ์ ทำให้จิตให้สดชื่น แจ่มใส
อ.อนามัย ต้องหมั่นรักษาความสะอาดของสภาพแวดล้อม
อ.อากาศถ่ายเท เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ทั้งนี้ไม่ควรย่ำน้ำที่มีสายไฟติดตั้งเพราะเสี่ยงต่อกระแสไฟฟ้ารั่วได้

สุดท้ายนี้ฝากไว้ฝนกรดอันตราย เปียกได้อย่าให้ป่วย รักษาสุขภาพให้แข็งแรงคือ #ภูมิคุ้มกัน ที่ดีที่สุดนะคะ

ที่มา: หนังสือพิมพ์เอ็มทูเอฟ